“ผอ.” เมาแล้วขับชนไรเดอร์ รับทราบข้อหา

View icon 50
วันที่ 29 พ.ค. 2569 | 11.14 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - คดีเมาแล้วขับที่ ผอ.สำนักการสืบสวน ป.ป.ช. ขับรถกระบะไปชนกับ ไรเดอร์ จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต แล้วมีดรามาตามมามากมาย ล่าสุดเช้าวันนี้ เจ้าตัวพร้อมทนายความ ไปเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว

เป็นภาพเมื่อช่วงประมาณ 09.30 น. นายจรงค์ ผู้อำนวยสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ที่ขับรถชนไรเดอร์เสียชีวิตบนทางต่างระดับบางรักน้อย อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี พร้อมทนายความ เดินขึ้นบันไดไปทางประตูหลัง เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.บางศรีเมือง แบบเงียบ ๆ

ขณะที่วันนี้ พลตำรวจตรี อรรถพล อนุสิทธิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และ พลตำรวจตรี เดชรพี คงดี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ไปร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดีที่ สภ.บางศรีเมือง เปิดเผยข้อมูลบางส่วนว่า ได้เรียก นายจรงค์ มารับทราบข้อหา 3 ข้อหา คือ ขับรถขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ประมาทเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และชนแล้วหนี หลังขอเลื่อนรับทราบข้อกล่าวหามาจากเมื่อวานนี้

ขณะที่ ผู้จัดการร้านอาหารในคืนวันเกิดเหตุ และพนักงานรักษาความปลอดภัยที่เดินไปส่งนายจรงค์ ที่รถก่อนเดินทางกลับ ได้เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า คืนวันเกิดเหตุ นายจรงค์ ได้ไปดื่มเหล้าที่ร้านหรือไม่ ซึ่งผู้จัดการร้านก็ยืนยันว่าไปที่ร้านจริง มี นายจรงค์ กับเพื่อนรวม 3 คน ดื่มไวน์ไป 3 ขวด ส่วน รปภ. ยืนยันว่าตนเองเป็นคนเดินไปส่งนายจรงค์จริง

พยานหลักฐานที่ตำรวจรวบรวมได้ ช่วยยืนยันข้อเท็จจริงที่มีการเปิดเผยออกมาเมื่อวานนี้ว่านายจรงค์ มีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายสูงถึง 189 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ และภาพวงจรปิดที่รวบรวมได้ทั้งหมด ก็ชัดเจนว่า นายจรงค์ เป็นคนขับรถในวันนั้น ตรงตามที่มีชาวบ้าน พลเมืองดีจับตา ไม่ยอมให้มีการเปลี่ยนตัวผู้กระทำผิด

ด้านครอบครัวของ นายศรนรินทร์ อายุ 43 ปี ไรเดอร์ที่เสียชีวิต ที่เตรียมจะไปรับศพ เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาช่วงบ่ายวันนี้ ยืนยันว่าตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงตอนนี้ ผู้ก่อเหตุยังไม่ได้ติดต่อมาขอโทษครอบครัว หรือพูดคุยเรื่องการเยียวยาใด ๆ มีเพียงทนาย โทร.มาถามว่าประกอบพิธีศพที่วัดไหนเท่านั้น ซึ่งทางครอบครัวหารือกันแล้วว่าจะยังไม่รับเงินช่วยเหลือเยียวยาใด ๆ จากผู้ก่อเหตุ เพราะไม่รู้ว่าจะกระทบต่อรูปคดีหรือไม่

ส่วนประเด็นที่มีผู้สื่อข่าวไปสอบถามกับ เลขาธิการ ป.ป.ช. แล้วได้คำตอบว่า ยังไม่มีการยืนยันเรื่องเมาแล้วขับ และไม่มีการเป่าแอลกอฮอล์ ข่าวที่ออกไปดูรุนแรงกว่าที่ทราบข้อเท็จจริงมานั้น ยอมรับว่าครอบครัวรู้สึกกังวลอยู่บ้างว่าจะมีการช่วยเหลือกัน พยายามลดทอนความรุนแรงเรื่องเมาแล้วขับ ให้กลายเป็นเพียงอุบัติเหตุเฉี่ยวชน แต่ส่วนตัวก็มั่นใจในการทำงานของตำรวจว่าเมื่อมีพยานหลักฐานชัดเจนก็น่าจะเอาผิดกับผู้ก่อเหตุได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง