ห้องข่าวภาคเที่ยง สุดสัปดาห์ - หลังรับทราบข้อหา และกำลังเดินถือพานจะไปขอขมาศพไรเดอร์ ที่เสียชีวิตจากคดีเมาแล้วขับ ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ป.ป.ช. ก็ถูกเพื่อนผู้เสียชีวิต ต่อยจนล้มลงไปกองกับพื้น งานนี้แม้เจ้าตัวจะบอกว่า ไม่ติดใจเอาความ แต่ตำรวจก็ยังต้องเรียกตัวไรเดอร์คนก่อเหตุไปพูดคุยอยู่ดี
แม้จะขอร้องกันแล้ว แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีเพื่อนไรเดอร์ที่อดรนทนไม่ได้ ตัดสินใจใช้ความรุนแรงกับ นายจรงค์ ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ป.ป.ช. ที่กำลังเดินถือพานไปขอขมาศพนายศรนรินทร์ อายุ 43 ปี ไรเดอร์ ที่ตัวเองขับรถชนเสียชีวิต ซึ่งหลังการยกพานไหว้ขอขมา นายจรงค์ ก็บอกกับสื่อฯ ว่าเข้าใจเหตุที่ถูกโกรธแค้น และคิดว่าจะไม่แจ้งความดำเนินคดี
แม้ว่า นายจรงค์ จะได้ไปพูดคุยกับครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมกับรับปากลูก ๆ ของ นายศรนรินทร์ และเดินทางกลับทันที เพราะไม่อยากให้เหตุการณ์บานปลาย แต่ก็ไม่ทำให้อารมณ์เพื่อนไรเดอร์ โดยเฉพาะคนที่ก่อเหตุทำร้าย ผอ.จรงค์ เย็นลง ยังยืนโวยวายลับหลัง ซึ่งก็มีหลายคำพูดที่ฟังแล้วไม่สบายใจ
จนผู้กำกับการ สน.ทุ่งครุ ต้องไปพูดคุยกับครอบครัวผู้เสียชีวิต เพื่อหาทางระงับเหตุการณ์ไม่ให้บานปลาย และได้นัดหมายเชิญตัว "เพื่อนไรเดอร์" คนที่ก่อเหตุไปพบที่ สน.ทุ่งครุ เพื่อพูดคุยที่โรงพัก ซึ่งจะมีการดำเนินคดีหรือไม่ ยังไม่มีการยืนยันเรื่องนี้ออกมา เพราะตามความตั้งใจเดิม วันนี้ นายจรงค์ ก็จะไปร่วมฟังสวดอภิธรรมอีก 1 คืน ก่อนจะมีการประกอบพิธีฌาปนกิจในวันที่ 1 มิถุนายน ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจากอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้น เจ้าตัวจะไปได้หรือไม่
ส่วนอีกประเด็นดรามาก็คือเรื่องเอกสารการโยกย้ายปรับตำแหน่ง ผอ.จรงค์ ไปดำรงตำแหน่ง "ผู้อำนวยการสำนักไต่สวนคดีพิเศษ" ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สูงขึ้นกว่าเดิม มีความสำคัญอย่างมากต่องานด้านการสอบสวนคดี ที่ตอนนี้ก็เริ่มมีคนออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย
อย่าง นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส. ที่มักออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านทางการเมือง ก็คัดค้านเรื่องนี้ด้วย อยากขอให้ ป.ป.ช. ทบทวนคำสั่ง ระหว่างตั้งกรรมการสอบสวนวินัย
มีการตั้งข้อสังเกตจากแหล่งข่าวว่า จริง ๆ แล้วตามระบบราชการไทย คำสั่งย้ายตำแหน่งจะต้องมีการเสนอ และเซ็นอนุมัติกันล่วงหน้าค่อนข้างนาน และเรื่องเงินประจำตำแหน่งก็มีอยู่แล้ว เพียงแต่จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับความสำคัญของตำแหน่งนั้น ๆ ต้องรอดูสัปดาห์หน้าวันที่ 2 มิถุนายน วันเปิดทำการ จะมีความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมหรือไม่