“อนุทิน” เชื่อ “ดาตาเซ็นเตอร์” กักเก็บน้ำมันใต้ตึก ต้องเป็นการลักลอบแน่นอน ย้ำต้องมีกฎหมายควบคุม ระหว่างนี้ต้องดูแลไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชน
.
วันนี้ (17ก.ย.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกล่าวถึงกรณีปัญหาดาตาเซ็นเตอร์ว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลที่ผ่านมาเน้นเรื่องการลงทุน และเม็ดเงินที่จะมาจากต่างประเทศ แต่ยังไม่มีกฎหมายเฉพาะสำหรับดาตาเซ็นเตอร์ ซึ่งใช้ไฟฟ้า น้ำ และทรัพยากรจำนวนมาก ขณะที่การจ้างงานมีไม่มากเท่าที่ต้องการ แต่จะนำเรื่องนี้มาเปรียบเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้
.
วันนี้มีการลงทุนและเงินหมุนเวียนเข้ามาจำนวนมาก การพูดในลักษณะดังกล่าวก็ไม่เป็นธรรมกับผู้ที่เข้ามาลงทุน เพราะเมื่อ 5 ปีที่แล้ว หากมีนักลงทุนขอเข้ามาตั้งดาตาเซ็นเตอร์สักแห่ง เราก็ดีใจตายโหง แล้วว่าจะมีเงินเข้ามาในประเทศมหาศาล ทุกอย่างไม่สามารถเป็นแบบวินวินทั้งหมดได้ แต่จะคาดหวังทั้งเม็ดเงินลงทุนและการจ้างงานในระดับสูง พร้อมกับต้องการให้มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องก็อาจทำได้ยาก บางครั้งเราทะลุเป้าหมายในเรื่องเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ แล้วจะบอกว่าวันนี้เริ่มจำกัดการลงทุน หรือเริ่มไปสนับสนุนธุรกิจภาคอื่นแทน ก็อาจไม่เป็นธรรมกับผู้ที่เข้ามาลงทุน
.
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้ตั้งบอร์ดขึ้นมาดูแลเรื่องนี้แล้ว เพื่อออกแบบกฎระเบียบและทิศทาง รวมถึงจัดทำกฎหมายเฉพาะ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ที่เข้ามาลงทุน ตลอดจนสร้างความเป็นธรรมในการใช้ทรัพยากร ทั้งด้านพลังงานเชื้อเพลิง น้ำหล่อเย็น และสิ่งแวดล้อม เนื่องจากดาตาเซ็นเตอร์มีการปล่อยความร้อนออกมาพอสมควร
.
โดยเฉพาะใน กทม.พบว่า มีดาตาเซ็นเตอร์และมีการกักเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง ส่วนเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้เป็นการลักลอบทำ หากเกิดเรื่องเช่นนี้จริง จะต้องขออนุญาต แล้วใครจะกล้าอนุญาตให้มีการเก็บเชื้อเพลิงใต้อาคาร ซึ่งอาจเป็นการเลี่ยงบาลี ดังนั้นต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย
.
นอกจานี้ กำชับกรมโยธาธิการและผังเมือง กรมการปกครอง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การไฟฟ้า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านน้ำ รวมถึงจังหวัดต่าง ๆ ที่มีดาตาเซ็นเตอร์ ต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลกันให้มากขึ้น ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ และดูแลผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน ในระหว่างที่กำลังวางระบบต่อไป
.