วันนี้ (31 พ.ค. 69) จากกรณีที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมือง จ.ราชบุรี ร่วมกับกำนันผู้ใหญ่บ้านใน ต.ห้วยไผ่ อ.เมือง จ.ราชบุรี ได้เข้าทำการตรวจปัสสาวะพระสงฆ์ตามวัดต่าง ๆ ในพื้นที่ของอำเภอเมือง ซึ่งพบว่ามีพระที่มีปัสสาวะเป็นสีม่วงถึง 10 รูป จึงได้ส่งตัวให้ทางเจ้าอาวาสของแต่ละวัดได้ทำการสึกเพื่อส่งตัวไปบำบัด และได้ทำการขยายผลจากพระที่เสพยาไปหาแหล่งที่มาของยาเสพติด โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ (29 พ.ค.69) ที่ผ่านมา
ล่าสุดเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองซึ่งนำโดยนายยศพล ชัยบุรวัชร ปลัดอำเภอเมืองราชบุรี ร่วมกับนายคุ้มชน ธารีเกษ เจ้าหน้าที่ปปส. ส่วนปฎิบัติการพิเศษ และกำนันผู้ใหญ่บ้าน ได้ทำการขยายผลจากพระที่เสพยาไปจนสามารถไปจับกุมพ่อค้ายาได้ 4 คน โดยรายแรกได้สั่งซื้อยาให้เข้ามาส่งในวัด ได้ยาบ้าจำนวน 5 เม็ด
รายที่ 2 เข้าตรวจค้นที่บ้านของอดีตเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ที่ลาออกมาขายยาบ้าได้เพิ่มอีกจำนวน 138 เม็ด
หลังจากนั้นขยายผลไปหาพ่อค้ารายที่ 3 โดยเข้าตรวจค้นที่คอกวัวในพื้นที่ หมู่ 4 ต.อ่างทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี พบยาบ้าอีกจำนวน 45 เม็ดซุกซ่อนอยู่ใต้จานข้าว และพบผู้เสพเป็นหญิงอีก 1 คน เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดยาบ้าทั้งหมดพร้อมทั้งนำตัวนายโมทย์ พ่อค้ายามาสอบสวนขยายผลต่อ
โดยได้ให้นายโมทย์ติดต่อล่อซื้อยาบ้าจากนายนนท์ พ่อค้ายาคนที่ 4 ซึ่งนัดหมายส่งยาบ้าจำนวน 2,000 เม็ด ที่บริเวณริมถนนในพื้นที่ ต.น้ำพุ อ.เมือง จ.ราชบุรี ซึ่งนายนนท์พร้อมกับเพื่อนได้นำยาบ้ามาส่งให้ตามนัดหมาย เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมแต่สามารถจับกุมนายนนท์ ซึ่งเป็นคนนั่งซ้อนท้ายรถจยย. ได้เพียงคนเดียว
ส่วนเพื่อนที่เป็นผู้ที่ขี่รถจยย. หลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงได้จับกุมนายนนท์มาได้พร้อมของกลางยาเสพติดจำนวน 2,000 เม็ด หลังจากนั้นได้พาเข้าไปตรวจค้นที่บ้านของนายนนท์ พบยาบ้าเพิ่มอีก 89 เม็ด และยังพบบุหรี่ไฟฟ้าอีกจำนวน 5 ชิ้น จึงได้ทำการตรวจยึดไว้ทั้งหมด รวมยาบ้าทั้งหมดที่เริ่มต้นจากพระที่เสพยา จำนวน 2,232 เม็ด ผู้ต้องหา 4 คน และจะได้ทำการไปขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดราชบุรี เพื่อไปติดตามจับกุมเพื่อนของนายนนท์ ที่ขี่รถจยย. หลบหนีไปด้วย