พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ดังนี้

View icon 54
วันที่ 31 พ.ค. 2569 | 20.01 น.
ข่าวในพระราชสำนัก
แชร์
เวลา 17.28 น. วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา พุทธศักราช 2569

ในการนี้ ทรงจุดเทียนรุ่ง ทรงรับกระทงดอกไม้ วางบนพานหน้าฐานชุกชี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่ง แล้วทรงจุดเทียนห่วงบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร จากนั้นทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ และพระพุทธเลิศหล้านภาไลย แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธรรมาสน์ศิลา สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศที่หน้าธรรมาสน์ศิลา

จากนั้น เสด็จออกจากพระอุโบสถ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พลอากาศโท ภักดี แสง-ชูโต รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองพระราชพิธี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเทียน ทรงจุดไฟจากโคมไฟฟ้า แล้วพระราชทานเพื่อเชิญไปถวายเจ้าอาวาสจุดเทียนบูชาพระรัตนตรัยตามพระอารามหลวง ที่ได้ทรงพระราชอุทิศไว้ จำนวน 6 พระอาราม ประกอบด้วย วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, วัดบวรนิเวศวิหาร, วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม, วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม, วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม และวัดนิเวศธรรมประวัติ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

แล้วทรงหยิบเทียนชนวน ทรงจุดไฟจากโคมไฟฟ้า เจ้าพนักงานศุภรัตนำโคมเทียนมาขอพระราชทานจุดไฟ สำหรับทรงถือเมื่อเวลาเสด็จพระราชดำเนินเวียนเทียนประทักษิณพระอุโบสถ โดยพระราชวงศ์ องคมนตรี และข้าราชการ ได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ขอพระราชทานต่อเทียน เสร็จแล้วพระราชทานเทียนชนวนให้เจ้าพนักงานสนมพลเรือน

จากนั้น ทรงกราบที่พระแท่น แล้วทรงนำสวดสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย จบแล้ว ทรงรับโคมจากเจ้าพนักงานศุภรัต แล้วทรงพระดำเนินเวียนรอบพระอุโบสถ 3 รอบ วันวิสาขบูชา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พุทธศาสนิกชนถือเป็นประเพณีสำคัญในการบำเพ็ญกุศล ส่วนราชประเพณีนั้นพระมหากษัตริย์ ทรงปฏิบัติมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย เมื่อเสด็จพระราชดำเนิน เวียนรอบพระอุโบสถ ครบ 3 รอบแล้ว เสด็จเข้าพระอุโบสถ ทรงโปรยดอกมะลิที่ธรรมาสน์ศิลา ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์ พระราชทานแก่เจ้าพนักงานพระราชพิธี เชิญไปตั้งที่ธรรมาสน์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม ทรงศีล จากนั้น พระศรีวัชโรภาส รองเจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาชัย จังหวัดมหาสารคาม ถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนา เรื่อง วิสาขปูชากถา จบแล้ว ทรงหลั่งทักษิโณทก พระศรีวัชโรภาสถวายอนุโมทนา เสร็จแล้ว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ แด่พระราชาคณะ แล้วทรงประเคนสบงถวายพระสงฆ์ จำนวน 4 รูป ที่สวดรับอนุโมทนา จากนั้น พระสงฆ์ถวายอดิเรก

พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา ได้ทรงปฏิบัติมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย ต่อมาได้ว่างเว้นไป ครั้นถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ฟื้นฟูขึ้นใหม่ แบ่งเป็น 2 วัน คือ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 และวันแรม 1 ค่ำ เดือน 6 จนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รวมการพระราชกุศลวิสาขบูชา ทั้งฝ่ายหน้าและฝ่ายในเข้าด้วยกัน ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และเป็นพระราชพิธีต่อเนื่องกัน 2 วัน คือ วันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 6 เป็นพระราชพิธีทรงตั้งเปรียญ และวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เป็นพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา

เวลา 19.03 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคู่สมรส และคณะ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย กับทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเข็มที่ระลึกงานเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร

เข็มที่ระลึกงานเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ ประกอบด้วย อักษรพระนามาภิไธย ส.ท. ภายใต้มงกุฎขัตติยราชนารี อันเป็นตราประจำพระองค์ เบื้องบนอักษรพระนามาภิไธยมีเลข 48 สีทองบนแท่นดอกบัวสีขาว เป็นสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์และความดีงาม แสดงถึงวาระมหามงคลแห่งการเฉลิมพระชนมพรรษา 48 พรรษา ของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี อักษร ส ขอบเดินทองพื้นสีม่วงแก่ เป็นสีประจำวันพระราชสมภพ ส่วนอักษร ท ขอบเดินทองพื้นสีเหลือง เป็นสีประจำวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และอักษรพระนามาภิไธยประดิษฐานในกรอบรูปหัวใจพื้นสีม่วง ล้อมด้วยสุวรรณสังวาลประดับเพชร 10 เม็ด หมายถึง สมเด็จพระบรมราชินี ใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน อีกทั้งเลข 10 เป็นเลขกำลังวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ด้วย

เวลา 19.12 น. พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานพานพุ่มประดิษฐ์พระราชทาน เพื่อเชิญไปสักการะต้นศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร ประจำจังหวัด 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร เป็นพุทธบูชา เนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี 2569

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานต้นพระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งเป็นต้นกล้าที่นำเมล็ดพันธุ์มาจากต้นพระศรีมหาโพธิ์ เมืองพุทธคยา สาธารณรัฐอินเดีย สถานที่ตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แก่จังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อเชิญไปปลูกในพื้นที่วัด ศาสนสถาน สวนสาธารณะ ศาลากลาง และสถานที่ต่าง ๆ ที่กำหนด โดยพระราชทานนามว่า "พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร" มีความหมายว่า "พระศรีมหาโพธิ์พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ด้วยทรงมีความเลื่อมใสและทรงมีพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนาโดยทรงปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่พสกนิกรและพุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่า ได้ปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา โดยมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นที่เคารพสักการะ และเพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในโอกาสวันวิสาขบูชา ประจำปี 2569

ข่าวอื่นในหมวด