ห้องข่าวภาคเที่ยง - ชาวบ้านในหมู่บ้านจัดสรรเเห่งหนึ่ง จังหวัดระยอง เดือดร้อนอย่างหนัก หลังฝนถล่มลงมา ปรากฏว่าน้ำมาจากไหนไม่รู้ ขุ่นข้นและไหลเชี่ยว ทะลักเข้าหมู่บ้าน ทำพื้นบ้านทรุด ถนนพัง
อยู่มาหลายปี ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ จนกระทั่งเจ้าของที่ดินข้าง ๆ ถมที่ดินสูง และยังคงไม่ได้สร้างทางระบายน้ำ ทำให้พอฝนตกลงมา เมื่อ 2 วันก่อน ใช้เวลาเพียง 10 นาที น้ำจากที่ดินข้างเคียง ไหลเข้ามาในหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งจากคลิปเมื่อสักครู่ จะเห็นว่า เจ้าของคลิป ถึงกับลงทุนปีนกำแพงหมู่บ้านตัวเอง ที่มีความสูงเกือบ 3 เมตร เพื่อให้เห็นกันชัด ๆ ว่า ปริมาณน้ำเหล่านี้ไหลเข้ามาได้อย่างไร
นี่เป็นเหตุการณ์เกิดขึ้น พื้นที่ซอย 12 ตำบลมะขามคู่ อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง น้ำไหลลอดกำแพงและดันพื้นถนนหมู่บ้านจนแตกร้าว รวมถึงบ้านอีก 4 หลัง ที่อยู่ใกล้ ๆ กับแนวรั้ว ถูกแรงดันน้ำ จนพื้นกระเบื้องพัง สรุปว่าไม่ได้เดือดร้อนแค่ 4 หลังคาเรือน แต่ทั้งหมู่บ้าน ซึ่งมีมากกว่า 30 หลังคาเรือน
นางสุทธินันท์ อายุ 64 ปี หนึ่งในชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เล่าเหตุการณ์ด้วยความตื่นตระหนกว่า พยายามจะยกที่นอนหนีน้ำ แต่จังหวะนั้นเกิดลื่นล้มหน้าคะมำและถูกที่นอนล้มทับซ้ำ จนคางแตก จึงพยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอดออกมา
ชาวบ้านคนอื่น ๆ ในพื้นที่ ต่างมีความเชื่อไปในทิศทางเดียวกันว่า สาเหตุหลักน่าจะเกิดจากการจัดทำผังเมือง ก่อนที่จะมีการตั้งหมู่บ้านจัดสรร ปิดกั้นทางน้ำหลากตามธรรมชาติ และ "ไม่เห็นด้วยอย่างเด็ดขาด" หากจะตั้งโรงงานของกลุ่มทุนจีนในพื้นที่นี้ เนื่องจากจุดประสงค์เดิมที่เลือกซื้อบ้านในบริเวณนี้ เพราะต้องการอากาศที่บริสุทธิ์ และหลีกเลี่ยงมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม
นายสุชาติ ทุยาวัตร รองนายกเทศมนตรีเมืองมะขามคู่ ชี้แจงว่า เทศบาลฯ รับทราบปัญหาของหมู่บ้านนี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่ที่ผ่านมาติดขัดข้อกฎหมาย เนื่องจากหมู่บ้านแห่งนี้ สร้างมายังไม่ครบ 10 ปี และไม่มีนิติบุคคล อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้นมา เทศบาลได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาล้างทำความสะอาดบ้านเรือน และประสานงานกับผู้รับเหมาในพื้นที่ข้างเคียง เพื่อหาแนวทางเยียวยาและช่วยเหลือชาวบ้าน
สำหรับข้อสงสัยของชาวบ้านเรื่องพื้นที่ข้างเคียง รองนายกเทศมนตรีเมืองมะขามคู่ ชี้แจงว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่ได้มีการถมดินเพิ่ม แต่เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศเป็นทางลาดเอียง เจ้าของที่จึงเข้ามาปรับระดับพื้นที่