ฟีเวอร์ "ไทยช่วยไทย พลัส" วันแรกสะพัด 1 พันล้านบาท

View icon 25
วันที่ 2 มิ.ย. 2569 | 07.05 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - ยอดโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" วันแรกทะลุ 1 พันล้านบาท พ่อค้า-แม่ค้ายิ้มร่า การจับจ่ายคึกคักมากขึ้น ด้านผู้ซื้อยังสับสนยอดจ่าย 

บรรยากาศที่ตลาดสดริมถนนเทพารักษ์ กม.5 ตำบลบางเมือง อำเภอเมืองสมุทรปราการ ประชาชนออกมาใช้สิทธิโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 กันอย่างคึกคัก พ่อค้า-แม่ค้า บอกเป็นเสียงเดียวกัน อยากให้มีโครงการลดภาระค่าคลองชีพให้ประชาชน กระตุ้นการจับจ่ายอย่างนี้เรื่อย ๆ

ส่วนการใช้จ่ายวันแรก แม่ค้าร้านข้าวนึ่ง บอกว่า ปัญหาเรื่องแอปฯ เป๋าตัง ลื่นไหลไม่มีเรื่องติดขัด มีแต่ลูกค้าสับสนว่ารัฐฯ สนับสนุนเท่าไหร่ และตัวเองต้องจ่ายเท่าไหร่ เมื่อจะซื้อของต้องมาคอยคำนวนว่าใช้สิทธิไปแล้วเท่าไหร่ เพื่อไม่ให้เกินที่รัฐสนุบสนุนไม่เกินวันละ 200 บาท ส่วนร้านค้าดูยอดเงินได้ ง่าย และสะดวก 

ส่วนบรรยากาศที่ตลาดศิริวัฒนา อำเภอเมืองเชียงใหม่ ประชาชนพากันไปใช้สิทธิซื้อคึกคัก ร้านไหนที่ไม่เข้าร่วมโครงการฯ การซื้อ-ขายเงียบเหงา เจ้าของร้านอาหารปักษ์ใต้อาหารไทย ยอมรับว่าขายดีขึ้น แต่ไม่มาก คาดว่าเป็นช่วงแรกคนเลยยังไม่ค่อยคึกคัก

อยากรัฐบาลแก้ไขให้ผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถซื้อของกินตามร้านค้าได้ รวมไปถึงกลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่ถนัดเทคโนโลยี อยากให้ได้รับสิทธิโครงการช่วยเหลือ

ส่วนประชาชนส่วนใหญ่แอปฯ ลื่นไหล แต่ยังงงกับสัดส่วนในการจ่ายเงิน แต่ก็มีบางคนบอกว่า ตั้งใจมาใช้สิทธิวันแรกแต่ต้องพบความผิดหวัง พยายามสแกนจ่ายเงิน 4 ครั้ง สุดท้ายต้องต้องสแกนจ่ายตามปกติ 

ส่วนร้านค้าในหมู่บ้านทัพกระบือ ตำบลสำโรง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ มีประชาชนมาใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1,000 บาท และ ไทยช่วยไทย พลัส เจ้าของร้านยอมรับใช้สิทธวันแรก เจอปัญหาหลายอย่าง เริ่มตั้งแต่ผู้ใช้ไม่มีอินเทอร์เน็ต เติมเงินไม่เป็น สับสนสูตรจ่ายเงิน 60/40 เปรียบเทียบกับโครงการ คนละครึ่ง มองว่าเข้าใจง่ายกว่า

หลายคนเจอปัญหาเหมือนกัน เมื่อสแกนจ่ายเงิน แอปฯส่งข้อความแจ้งว่า "ไม่สามารถใช้บัญชีนี้ได้ กรุณาติดต่อสาขาธนาคารกรุงไทย" โดยที่ทุกคนไม่รู้ว่าสาเหตุมาจากอะไร ทั้งที่ยืนยันตัวตน ได้รับสิทธิเรียบร้อย ต้องเสียเวลาเดินทางไปติดต่อธนาคารอีกรอบ

กระทรวงการคลัง สรุปยอดการใช้จ่ายโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส วันแรก 17.00 น. ยอดใช้จ่ายกว่า 1 พันล้านบาท ประชาชนร่วมจ่ายกว่า 454 ล้านบาท รัฐร่วมจ่ายกว่า 629 ล้านบาท มีผู้ใช้จ่าย 5 ล้านคน จำนวนร้านที่มีการใช้จ่ายกว่า 5 แสนร้านค้า

ส่วนร้านค้าใหม่ที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการ สามารถไปลงทะเบียนได้ถึง 31 กรกฎาคมนี้ รัฐบาลยืนยัน และให้ความมั่นใจว่านร้านค้าจะไม่ถูกภาษีย้อนหลัง เพราะร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ส่วนใหญ่เป็นร้านค้ารายเล็กถึงรายย่อย มักจะมีรายได้ตลอดทั้งปีไม่ถึง 1.8 ล้านบาท จึงไม่เข้าเกณฑ์ที่น่าจะต้องกังวลเรื่องภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เกณฑ์การเสียภาษีจะดูรายได้เฉลี่ยทั้งปีเป็นหลัก ไม่ใช่แค่ช่วงที่เข้าร่วมโครงการฯ และมียอดขายพุ่งสูงขึ้นชั่วคราว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง