สนามข่าว 7 สี - "DSI" เตรียมขยับจากคดีสืบสวนหลอกลงทุน Forex เป็นคดีพิเศษแชร์ลูกโซ่ Forex ภายในสัปดาห์นี้ จ่อออกหมายเรียกกลุ่มบริษัทที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบสวน และขยายผลฟอกเงิน
นี่เป็นอีก 2 คน ที่เคยเรียนการซื้อขายหุ้น หรือการเทรด ผ่านช่องทาง "Forex" กับ "โคชเจมส์" ที่ออกมาเล่าถึง การชักชวนลงทุนในช่วงที่ผ่านมา
โดยพฤติการณ์ของ "โคชเจมส์" จะให้เข้ากลุ่มปิดในแพลตฟอร์มที่ชื่อ "ดิสคอร์ด"
โดยมีเงื่อนไขต้องเปิดพอร์ต ขั้นต่ำ 500 ดอลลาร์สหรัฐ แต่หากเปิดขั้นต่ำ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ จะได้เข้ากลุ่ม VIP ที่สามารถดูการเทรดสด ๆ ของโคชทุกคนได้ ทำให้ทุกคนถูกปลูกฝังการเทรดแบบ "ทุ่มสุดตัว" หรือ "ออลอิน" (All-in)
ใครขาดทุนก็จะแนะนำให้ลงเงินเพิ่มเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้กำไร ทำให้สมาชิกที่มีเงินทุนน้อย มักจะพอร์ตแตกก่อน ขณะที่ "โคชเจมส์" จะได้ค่าคอมมิชชันจากโบรกเกอร์ในทุก ๆ การเทรดของสมาชิก อย่างทั้ง 2 คนนี้ สูญเงินกันไปคนละประมาณ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 100,000 บาท
ขณะที่ ทนายวิฑูรย์ นอกจากจะพาพยานมาให้ข้อมูลกับ DSI แล้ว ยังแฉเพิ่มถึง 1 ในบริษัท โบรกเกอร์ที่ไม่ได้รับใบอนุญาตในไทย ที่เคยถูกศาลออสเตรเลีย พิพากษาสั่งปิดบริษัทไปตั้งแต่เดือนมีนาคมแล้ว เพราะเป็นโบรกเกอร์ที่มีสินทรัพย์น้อย และยังเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ (Scammer) ที่น่าแปลกคือแม้จะสั่งปิดไปแล้ว แต่ยังมีความเคลื่อนไหวทางการเงินอยู่ จึงอยากให้ DSI ขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินเหล่านี้ด้วย
และด้วยพฤติการณ์ของการแนะนำลงทุนผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศ อาศัยผู้แนะนำการลงทุนคอยสอนเทรดและโชว์กำไรปลอม บังหน้าเพื่อระดมทุน โดยไม่มีการนำเงินไปซื้อขายจริงในตลาดโลก แต่ใช้วิธีนำเงินจากผู้ลงทุนรายใหม่มาจ่ายเป็นผลตอบแทนให้รายเก่า ก่อนตั้งเงื่อนไขสารพัดจนถอนเงินไม่ได้ และเชิดเงินหนีเมื่อไม่สามารถหาคนเพิ่ม
ทำให้ DSI กำลังเตรียมที่จะยกระดับคดีนี้ เป็นความผิดตาม พ.ร.ก. การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนฯ หรือ พ.ร.ก.แชร์ลูกโซ่
โดยข้อมูลตอนนี้มีผู้เสียหายลงทุนตั้งแต่หลักหมื่นบาท ไปจนถึงสูงสุดกว่า 70 ล้านบาท เชื่อว่าไม่ได้มีแค่ 500 คน แต่น่าจะมีมากกว่านี้ จึงเริ่มโพสต์ประกาศถึงคนที่ยังไม่ได้แจ้งความ ให้เข้ามาแจ้งความดำเนินคดี เพื่อที่เมื่อถึงที่สุด จะได้เฉลี่ยทรัพย์คืน
ส่วนกลุ่มของโบรกเกอร์ Forex รวมไปถึง กลุ่มผู้แนะนำ หรือ IB และกลุ่มบริษัทรับชำระเงิน ที่เริ่มมีการเปิดเผยรายชื่อทางโซเชียลฯ บ้างแล้ว เร็ว ๆ นี้ DSI ก็จะทยอยออกหมายเรียกมาชี้แจงในฐานะ "พยาน" หากชี้แจงไม่ได้ ก็จะเปลี่ยนสถานะเป็น "ผู้ต้องหา" ตามลำดับ
ส่วนกรณีของ "นายภาวุธ" สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่มีเส้นทางการเงินกว่า 28 ล้านบาท จากข้อมูลการสืบสวนพบว่า มีโบรกเกอร์คนหนึ่ง รู้จัก และสนิทสนมกับ นายภาวุธ ถึงขั้นเคยไปเที่ยวปารีส ประเทศฝรั่งเศสด้วยกัน และมีภาพร่วมงานประชุมสัมมนาด้วยกัน ซึ่งก็จะเป็นอีกประเด็นที่ต้องให้เจ้าตัวมาชี้แจงเรื่องนี้ด้วย