ห้องข่าวภาคเที่ยง - เจ้าหน้าที่ใช้เวลาเกือบ 2 วัน ตามจับผู้ต้องขังคดียาเสพติด หลบหนีจากเรือนจำจังหวัดพะเยา กลับมาได้แล้ว เจ้าตัวรับว่าเครียดกับปัญหาครอบครัว
ผู้ต้องขังคนนี้คือ นักโทษชาย เดชรัตน์ ต้องโทษจำคุกคดีมียาเสพติดไว้ในครอบครอง และคดีอาวุธปืน 2 ปี 12 เดือน เหลือโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน 12 วัน ก่อนหลบหนี ถือเป็นนักโทษชั้นดี ได้รับการฝึกอาชีพเพื่อเตรียมปล่อยตัวในระยะเวลาอันใกล้นี้
แต่ปรากฏว่าตัดสินใจหลบหนีจากเรือนจำชั่วคราวร่องห้า สังกัดเรือนจำจังหวัดพะเยา เป็นสถานที่ควบคุมและฝึกวิชาชีพผู้ต้องขังชั้นดี ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดโล่ง และไม่มีรั้วกั้น อยู่ในตำบลบ้านต๋อม อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ช่วงเย็นของวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา
หลังเกิดเหตุ เรือนจำประสานกำลังตำรวจออกค้นหาตัว ไปพบเบาะแสว่าหลบหนีด้วยการเดินเท้าไปบ้านญาติ ซึ่งอยู่ห่างไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร ก่อนจะยืมรถจักรยานยนต์ขี่หลบหนีไป คาดว่าน่าจะเกิดจากความเครียดกับครอบครัว เนื่องจากในวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้มีการเยี่ยมญาติกัน และคาดว่าน่าจะมีปัญหาในเรื่องดังกล่าว จึงได้หลบหนีจากเรือนจำ
ล่าสุดเมื่อเช้ามืดเวลาประมาณ 04.00 น. เจ้าหน้าที่ที่ไปดักซุ่มรอ สามารถจับกุมตัวนักโทษชาย เดชรัตน์ ได้ที่หมู่บ้านปินเหนือ ตำบลบ้านปิน อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ซึ่งเป็นพื้นที่ภูมิลำเนาเดิมของผู้ต้องขังเอง ก่อนนำตัวส่งกลับเข้าสู่กระบวนการควบคุมของเรือนจำจังหวัดพะเยา
เบื้องต้นผู้ต้องขังยอมรับว่า สาเหตุที่หลบหนี เพราะเกิดจากความเครียดระแวงว่าภรรยาจะไปมีชายอื่น หลบหนีไปเพื่อไปเคลียร์ปัญหา
ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดพะเยา บอกว่า ตามกระบวนการแล้ว กรณีหลบหนีเรือนจำ ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย ต้องระวางโทษจำคุกเพิ่มไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยโทษนี้จะถูกนำไปบวกเพิ่มจากโทษเดิมที่ยังเหลืออยู่
นอกจากโทษจำคุกที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังเสียสิทธิประโยชน์ทั้งหมดทันทีตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ เช่น ถูกลดชั้น ถูกปรับตกไปอยู่ "ชั้นเลว" หรือ "ชั้นเลวมาก" ทันที, งดการลดหย่อนโทษสะสมและหมดสิทธิ์อภัยโทษ และจะถูกยกระดับความปลอดภัยด้วย