ทหารเขมร 20 นาย เข้าคัดค้านการวางลวดหนามของฝ่ายไทย ในพื้นที่โค้งผักบุ้ง ต้องอดทนจนวางสำเร็จ

ทหารเขมร 20 นาย เข้าคัดค้านการวางลวดหนามของฝ่ายไทย ในพื้นที่โค้งผักบุ้ง ต้องอดทนจนวางสำเร็จ

View icon 14
วันที่ 2 มิ.ย. 2569 | 20.33 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
กองทัพภาคที่ 2 แจงเหตุทหารเขมร 20 นาย เข้ามาคัดค้านการวางลวดหนามของฝ่ายไทย ในโค้งผักบุ้ง พื้นที่ช่องบก ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทนอดกลั้นจนวางลวดหนามสำเร็จ ก่อนสถานการณ์กลับสู่ปกติ

วันนี้ (2 มิ.ย. 69) กองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงตามที่หน่วยทหารในพื้นที่รับผิดชอบได้ดำเนินมาตรการเสริมความมั่นคงและความปลอดภัยบริเวณพื้นที่โค้งผักบุ้ง พื้นที่ช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ผ่านมา โดยหน่วยเฉพาะกิจประจำพื้นที่ได้จัดกำลังพลเข้าดำเนินการก่อสร้างบังเกอร์และวางแนวลวดหนามในพื้นที่ดังกล่าว โดยวางแนวลวดหนามห่างจากแนวถนนประมาณ 3–5 เมตร เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่รับผิดชอบ เพิ่มมาตรการป้องกันตนเอง และยกระดับความปลอดภัยของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจปกติของหน่วย ภายใต้หลักการปฏิบัติด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และยึดมั่นในแนวทางการรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน
   
ต่อมา เวลา 08.50 น. ระหว่างที่กำลังพลดำเนินงานดังกล่าว ได้มีกำลังพลฝ่ายกัมพูชาประมาณ 20 นาย เข้ามาในบริเวณพื้นที่และแสดงท่าทีคัดค้านต่อการดำเนินการของฝ่ายไทย พร้อมมีการขัดขวางการปฏิบัติงานบางส่วน อย่างไรก็ตาม กำลังพลฝ่ายไทยยังคงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทนอดกลั้น และหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าที่อาจนำไปสู่ความตึงเครียดในพื้นที่

เวลา 10.30 น. สามารถดำเนินการวางแนวลวดหนามแล้วเสร็จตามแผนที่กำหนด และได้จัดกำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์รวมทั้งสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

เวลา 11.08 น. กำลังพลฝ่ายกัมพูชาได้ถอนกำลังกลับไปยังที่ตั้งของตนเอง โดยไม่ปรากฏเหตุการณ์ใช้กำลังหรือการปะทะระหว่างทั้งสองฝ่ายแต่อย่างใด
   
ปัจจุบัน สถานการณ์ในพื้นที่ยังคงอยู่ในภาวะที่สามารถควบคุมได้ โดยทั้งสองฝ่ายต่างวางกำลังอยู่ในแนวที่ตนเองควบคุมอยู่ การดำเนินการของฝ่ายไทยเป็นมาตรการเชิงป้องกันเพื่อเสริมความมั่นคง ความปลอดภัยของกำลังพล และการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่รับผิดชอบ

ทั้งนี้ หน่วยได้รับข้อมูลว่าฝ่ายกัมพูชามีการวางทุ่นระเบิดในแนวการวางกำลังของตนเอง รวมถึงมีการดัดแปลงทุ่นระเบิดดักรถถังให้มีอานุภาพในการทำลายล้างสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินในพื้นที่ หน่วยจึงยังคงติดตาม เฝ้าระวัง และประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมยึดมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ ภายใต้หลักมนุษยธรรม และแนวทางการรักษาเสถียรภาพความมั่นคงตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง