จี้รัฐ ! เร่งเคลียร์มาเลเซีย เปิดด่านนำเข้ากุ้ง ก่อนล้นตลาดในไทย

จี้รัฐ ! เร่งเคลียร์มาเลเซีย เปิดด่านนำเข้ากุ้ง ก่อนล้นตลาดในไทย

View icon 13
วันที่ 3 มิ.ย. 2569 | 18.30 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
เกษตรกรเลี้ยงกุ้ง เดือด ! จี้รัฐเร่งเคลียร์มาเลเซีย เปิดด่านนำเข้ากุ้ง ก่อนล้นตลาดในไทย หลังถูกกลไกตรวจสอบสารปนเปื้อนเล่นงาน ทำผู้เลี้ยงเดือดร้อนหนัก

วันนี้ ( 3 มิ.ย. 69 ) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ฟาร์มเลี้ยงกุ้ง ของนายปรีชา สุขเกษม เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดสงขลา หลังเกิดปัญหากุ้งล้นตลาด ราคาตกต่ำ เนื่องจากทางการมาเลเซีย ประกาศงดน้ำเข้ากุ้งจากไทย เพราะต้องตรวจหาสารปนเปื้อนในกุ้ง ซึ่งเป็นมาตรการตอบโต้ทางการไทยที่ ตรวจสอบสารปนเปื้อนในปลากะพง ที่นำเข้าจากมาเลเซีย ซึ่งนายปรีชา เปิดเผยว่า หลังจาก มาเลเซีย ห้ามนำเข้ากุ้งจากไทยชั่วคราว ทำให้กุ้งที่พร้อมจะขาย กลับไม่สามารถขายได้ โดยเฉพาะในจังหวัดสงขลา มีกุ้งประมาณวันละ 30 ตัน เพราะฉะนั้นกุ้งส่วนนี้ จะกลายเป็นกุ้งส่วนเกินสะสมไปเรื่อย ๆ เพราะแม่ค้าไม่รับซื้อตั้งแต่ 10 วัน ก่อนหน้านี้ ขณะนี้อยู่ในระหว่างเจรจาอีก รวมกว่า 20 วัน ที่กุ้งสดต้องอั้นไว้ ราคาก็จะตกลงเรื่อย ซึ่งจะกลายเป็นช่องทางให้โรงงานแช่แข็งมารับซื้อไปสต็อกเพื่อรอปล่อยขาย ที่เกษตรกรประสบตอนนี้คือห้องเย็นไม่รับซื้อเสมือนการกักตุนสินค้าอย่างหนึ่ง  รัฐบาลยิ่งแก้ปัญหาช้าเท่าไหร่ ปัญหาก็จะยิ่งลุกลามบานปลายมากขึ้นเท่านั้น

สำหรับทางออกของปัญหา แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ขณะนี้ประเทศไทยผลิตได้ปีละ 300,000 ตัน ส่งไปต่างประเทศผ่านห้องเย็นประมาณ 100,000 ตัน ที่เหลือคือบริโภคภายในประเทศ และส่งไปประเทศเพื่อนบ้าน มาตอนนี้ประตูที่ส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้านถูกปิด โดยเฉพาะมาเลเซียปิดด่าน ซึ่งเป็นกลไกระหว่างประเทศ พี่น้องเกษตรกร หรือพ่อค้า ไม่สามารถที่จะเดินหน้าไปเจรจาเองได้ ไทยกับมาเลเซีย เรามีสัญญา FTA เรื่องสินค้าเกษตรภาษี 0% แต่มาตรการ การตรวจสอบถือเป็นกำแพงภาษีชนิดหนึ่ง กุ้ง ปลา เป็นอาหารสด ถ้าถูกกักแค่ 1-2 วันสินค้าก็เน่าแล้ว ะฉะนั้นรัฐบาลต้องแก้ปัญหา ลดขั้นตอนการตรวจสอบหรือชะลอขอความอนุเคราะห์ให้มาเลเซีย ผ่อนผันมาตรการนี้ไปก่อนจนกว่าจะได้ความชัดเจนในการตรวจสอบ แล้วจึงออกเป็นมาตรการบังคับใช้กันเกตรกรจะได้วางแผนธุรกิจล่วงหน้าได้

สำหรับมาตรการตอบโต้ที่มาเลเซีย ใช้ตอบโต้ไทย ลดการนำเข้ากุ้ง 5 สายพันธุ์ ได้แก่ กุ้งลายเสือ,กุ้งแชบ๊วย,กุ้งขาวแวนนาไม,กุ้งกุลาดำ,กุ้งน้ำเงิน  เนื่องจากกรมประมงของไทย มีการกักตรวจและตรวจสอบการนำเข้าปลากะพงจากประเทศมาเลเซีย ที่เข้มงวดและใช้ระยะเวลานานถึง 14 วัน จนอาจถูกมองว่าเป็นการกีดกันทางการค้า นายปรีชา กล่าวว่า ต้องเห็นใจพี่น้องผู้เลี้ยงปลากะพงในประเทศไทยด้วย เนื่องจากประสบปัญหาเช่นกันกับผู้เลี้ยงกุ้ง แต่มูลค่าทางเศรษฐกิจของกุ้งกับปลากะพงนั้นต่างกันมาก กุ้งประมาณ 6,000 ล้านบาทต่อปี  ปลากะพง มูลค่าประมาณ 800 ล้านต่อปี ซึ่งเรามองว่าหากเปรียบกันเหมือนเอากุ้งมังกรขนาดตัวเท่าแขนเอาไปตกได้ลูกปลากะพงตัวเล็กความคุ้มค่ามันเทียบกันไม่ได้เลย จึงจำเป็นต้องให้ข้อมูลกับรัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องว่าหากเราเอาปลากะพงไปแลกกับกุ้งก็เปรียบเสมือนเราเอากุ้งมังกรตัวเท่าแขน ไปแลกกับลูกปลากะพงหลักความคุ้มค่ามันต่างกัน ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้น กระทรวงพาณิชย์ ต้องบูรณาการร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งควบคุมกรมประมง ผู้ที่ออกมาตรการตรวจสอบปลากะพง ซึ่งการออกมาตรการตรวจสารตกค้างก่อน 15 วันก่อนส่งออก จากปลาสดก็กลายเป็นปลาเค็ม ส่วนนายกรัฐมนตรีต้องสั่งการเองทันที เพื่อออกมาตรการให้รัดกุมไม่ยืดเยื้อและกระทบเกตรกรน้อยที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง