"รพ.ขอนแก่น" ยอมรับฉีดน้ำเกลือผู้ป่วยผิดคน

View icon 37
วันที่ 4 มิ.ย. 2569 | 16.32 น.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน
แชร์
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - เวลาที่เราเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ก่อนที่พยาบาลจะนำยามาให้กินหรือฉีดน้ำเกลือ จะต้องสอบถามชื่อ-สกุล ผู้ป่วยทุกครั้ง เพื่อยืนยันตัวตน ปรากฏว่า มีกรณีเกิดขึ้นที่โรงพยาบาลขอนแก่น พยาบาลฉีดน้ำเกลือให้ผู้ป่วยผิดคน ทั้งที่ผู้ป่วยพยายามบอกว่า ไม่ใช่นามสกุลตนเอง

"รพ.ขอนแก่น" ยอมรับฉีดน้ำเกลือผู้ป่วยผิดคน จ.ขอนแก่น
นายแพทย์ธนสิทธิ์ ไพรพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น เข้าเยี่ยมผู้ป่วยชาย อายุ 48 ปี ชาวตำบลบ้านหว้า อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น พร้อมมอบกระเช้าเพื่อแทนคำขอโทษ หลังจากเกิดเหตุพยาบาลฉีดน้ำเกลือให้ผิดคน จนสร้างความวิตกกังวล

นายแพทย์ธนสิทธิ์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางโรงพยาบาลได้ตรวจสอบ พบว่า เป็นการฉีดน้ำเกลือให้กับคนไข้จริง โดยเป็นน้ำเกลือใช้กับผู้ป่วยทั่วไป แต่เป็นการฉีดผิดคน ซึ่งมีชื่อเหมือนกัน แต่คนละนามสกุล แต่ยืนยันว่า น้ำเกลือที่ฉีดเข้าไปในร่างกาย ไม่ส่งผลกระทบกับร่างกาย

ด้านผู้ป่วย เปิดเผยว่า ก่อนฉีดน้ำเกลือเข้าร่างกาย พยาบาลถามว่า ชื่ออะไร ตนเองตอบชื่อไป แต่นามสกุลที่ติดขวดน้ำเกลือ ไม่ใช่ตนเอง พยายามบอกพยาบาลแล้ว แต่ไม่ทัน จึงกังวลจะส่งผลกระทบต่อร่างกาย หากเกิดอะไรขึ้น ใครจะรับผิดชอบ

ล่าสุด มีการตั้งณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงแล้ว เมื่อผลสรุปข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ยืนยันว่าจะต้องมีบทลงโทษกับพยาบาลแน่นอน

รพ.ผ่าตัดต้อกระจกผู้สูงอายุ สูญเสียการมองเห็น จ.นครราชสีมา
อีกกรณีหนึ่ง ลูกสาวพาแม่ อายุ 73 ปี ร้องขอความเป็นธรรม หลังแม่เข้ารับการผ่าตัดรักษาต้อกระจกดวงตาข้างซ้าย แต่ภายหลังเกิดภาวะแทรกซ้อน จนสูญเสียการมองเห็น

ลูกสาว บอกว่า ก่อนที่แม่จะเข้ารับการรักษา ยังพอมองเห็นได้บ้าง จึงตัดสินใจไปพบแพทย์

โดยแพทย์นัดผ่าตัดในวันที่ 24 มีนาคม และกลับบ้านในวันถัดมา (25 มี.ค.) โดยมีการนัดติดตามอาการในวันที่ 10 เมษายน

ระหว่างนั้น แม่มีอาการตาแดง น้ำตาไหลตลอดเวลา และปวดตาข้างซ้ายข้างที่ผ่าตัด จึงตัดสินใจไปพบแพทย์ฉุกเฉินในวันที่ 4 เมษายน ก่อนวันแพทย์ผู้ผ่าตัดนัด โดยแพทย์ฉุกเฉินได้ให้ยาแก้ปวด และยาหยอดตา

จากนั้นในวันที่ 10 เมษายน ได้เข้าพบแพทย์ผู้ผ่าตัดตามนัด และตรวจอาการเบื้องต้นแจ้งว่า "ค่าความดันตาไม่มี" พร้อมนัดอีกครั้งวันที่ 8 พฤษภาคม ซึ่งครอบครัวมองว่าระยะเวลาของการนัดรักษาค่อนข้างนาน

จากนั้นได้ไปตามนัด แต่กลับได้พบกับแพทย์อีกคน ซึ่งไม่ใช่แพทย์ผู้ผ่าตัด และแพทย์แจ้งว่า "ไม่ได้มีการใส่เลนส์แก้วตาเทียม" จึงให้กลับไปพบแพทย์ผู้ผ่าตัดในวันที่ 11 พฤษภาคม

จากนั้นในวันที่ 11 พฤษภาคม ไปพบกับแพทย์ผู้ผ่าตัด ได้รับแจ้งว่า "ตาของแม่มองไม่เห็นแล้ว" แพทย์จึงนัดให้ไปพบกับแพทย์อีกคนที่จะมาให้การช่วยเหลือ ในวันที่ 20 พฤษภาคม และเมื่อไปพบแพทย์ตามนัด ก็ได้รับแจ้งว่า ไม่มีเลนส์ตา และสูญเสียการมองเห็นแล้ว

จนกระทั่งวันนัดล่าสุด วันที่ 25 พฤษภาคม แพทย์ผู้ผ่าตัด แจ้งว่า แม่สูญเสียการมองเห็น และเลนส์ตาปิดจนไม่สามารถส่องตรวจ หรือเห็นภายในดวงตาได้ แม้ขยายม่านตาก็ไม่สามารถรักษาได้ ส่วนสาเหตุเบื้องต้นอาจเกี่ยวข้องกับภาวะความดันตาสูง และภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นหลังการผ่าตัด หลังจากนี้ต้องรอโรงพยาบาลเยียวยาและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง