ไม่เจอออกบิณฑบาต ลูกศิษย์ไปหาที่กุฏิถึงกับช็อก เสียใจ พบพระนักพัฒนา นั่งสมาธิมรณภาพในกุฎิ ไม่พบร่องรอยถูกทำร้าย คาดอาการเจ็บป่วยกำเริบ
วันนี้ (4 มิ.ย.69) พ.ต.อ.รัง ดาวดึงษ์ ผกก.สภ.แม่สอด จังหวัดตาก รับแจ้งเหตุพบศพพระสงฆ์นักพัฒนาชื่อดังมรณภาพภายในกุฎิสำนักสงฆ์ธารารักษ์ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดดอยเหนือน้ำตกธารารักษ์แม่สอด หมู่ที่ 6 หมู่บ้านเจดีย์โค๊ะ ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก หลังรับแจ้งเหตุตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.แม่สอด พร้อมฝ่ายที่เกี่ยวข้องรีบเดินทางไปตรวจสอบ
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบชาวบ้านหลายคน ตลอดจนพระลูกวัดต่างตกอยู่ในอาการช็อกและตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยที่กุฎิซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับพระเจดีย์ใหญ่และห่างไกลสายตาจากกุฎิพระรูปอื่นพอสมควร ทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตรวจสอบพบด้านหน้าทางเข้าออกกุฎิหลังดังกล่าวถูกปิดไว้ตามปกติ เจ้าหน้าที่จึงเปิดประตูกุฎิออก พบว่าภายในกุฏิแบ่งเป็นห้องรับแขกและห้องโถงซึ่งใช้สำหรับสวดมนต์และนั่งสมาธิ และพบศพพระสำนัก หรือพระเจ อายุ 62 ปี พระลูกวัดสำนักสงฆ์ธารารักษ์ มรณภาพในสภาพคล้ายนั่งสมาธิและล้มตัวนอนหงายหน้าบนอาสนะส่วนตัว โดยบริเวณรูจมูกมีเลือดไหลนองเต็มแก้ม ตรวจสอบไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายหรือฆาตกรรมแต่อย่างใด คาดว่ามรณภาพมาไม่ต่ำกว่า 24 ชั่วโมง และมรณภาพทันทีในที่เกิดเหตุ
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบรอบพื้นที่เกิดเหตุ โดยภายในห้องนอนของพระสำนักพบกระป๋องพลาสติก 1 กระป๋อง ภายในมีเงินสดจำนวน 57,900 บาทและเงินเหรียญอีกจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกและส่งมอบเงินสดดังกล่าวให้กรรมการและพระในสำนักสงฆ์ดังกล่าวร่วมกันเก็บรักษาไว้ในพื้นที่ปลอดภัย จากนั้นสั่งการให้หน่วยกู้ภัยพระธาตุผาแดงนำศพพระสำนักส่งตรวจที่นิติเวชโรงพยาบาลแม่สอด ซึ่งระหว่างที่หน่วยกู้ภัยกำลังลำเลียงศพพระสำนักส่งไปตรวจที่โรงพยาบาลแม่สอด พบว่าเหล่าบรรดาลูกศิษย์ที่มาดูเหตุการณ์ต่างร้องไห้เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก
จากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ เบื้องต้นทราบว่า พระสำนัก เป็นพระสายนั่งสมาธิที่เคร่งครัดทางวินัยสงฆ์ มีนิสัยปลีกวิเวกไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร โดยเข้ามาพัฒนาสำนักสงฆ์แห่งนี้นานกว่า 20 ปีแล้ว เป็นที่รู้จักและนับถือของชาวบ้านในพื้นดังกล่าวเป็นอย่างมาก ซึ่งภายในสำนักสงฆ์ดังกล่าวมีพระจำวัดเพียง 5 รูปเท่านั้น และเป็นสถานที่สงบเงียบ ตลอดหลายวันที่ผ่านมาพระสำนักมีอาการอาพาธหรือเจ็บป่วยไม่ทราบสาเหตุ โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาลูกศิษย์คนสนิทได้เดินทางไปหาพระสำนักที่กุฎิ เนื่องจากไม่เห็นพระสำนักออกเดินบิณฑบาตตามปกติ จึงเกิดความสงสัยและเข้าไปตะโกนเรียกก็ไม่มีเสียงตอบรับ จึงเข้าไปตรวจสอบภายในกุฏิก็พบว่าพระสำนักมรณภาพไปเสียแล้ว ซึ่งชาวบ้านเกิดความเสียใจเป็นอย่างมาก
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สันนิฐานเบื้องต้นว่าระหว่างที่พระสำนักซึ่งนั่งสมาธิหรือปฏิบัติกิจของสงฆ์อยู่หน้าพระพุทธรูป อาจจะเกิดอาการวูบจากอาการเจ็บป่วยกำเริบ แต่ไม่มีใครพบเห็นหรือช่วยเหลือได้ทัน ทำให้ท่านมรณภาพในเวลาต่อมา