“คริส” กางผังระบอบอากง ตั้งเป็นผู้ว่าฯ เงา มีมือขวาช่วยโกยผลประโยชน์ กทม. เรียก 4 ล้าน แลกเก้าอี้ ผอ.เขต เรียกร้อง “ชัชชาติ” หากได้กลับมา ต้องล้างระบอบอากงให้สิ้นซาก อย่าเป็นพระบริสุทธิ์คนเดียว พร้อมเสนอแก้กฎหมายยื่นบัญชีทรัพย์สิน ตั้งแต่ระดับหัวหน้าฝ่าย
วันนี้ (6 มิ.ย.69) นายคริส โปตระนันทน์ สส.พรรคเศรษฐกิจ ตั้งโต๊ะแถลงเปิดชาร์ตแฉระบอบอากง มือหลังบ้านเรียกรับผลประโยชน์ใน กทม. ยืนยันพูดความจริงไม่ใช่การดิสเครดิตทางการเมือง แต่มุ่งหวังให้เกิดการแก้ไขปัญหา โดยต้องยอมรับว่าการทุจริตใน กทม. ยังมีอยู่ แม้แต่นายชัชชาติก็พูดตรงกันว่า การทุจริตยังมี แต่สังคมไม่เข้าใจว่าทำไม ผู้ว่าฯ กทม. ที่เชื่อว่าเป็น คนดี เป็นคนมีความสามารถ อย่างนายชัชชาติ ยังทำให้ กทม. บริสุทธิ์ไม่ได้
สำหรับ อากงเปรียบเหมือนผู้ว่าฯ กทม. เงา งานทั้งหมดอากงจะเป็นคนจัดการ โดยผู้ว่าฯ ชัชชาติเป็นคนลงนาม อากง เป็นข้าราชการการเมืองที่แต่งตั้งโดยผู้ว่าฯ กทม. และยังมีชายปริศนาอีกคนที่นายชัชชาติแต่งตั้งเป็นอดีตเขต เป็นมือขวาอากง ดูแล 4 ฝ่ายที่ทำเงิน ได้แก่ ฝ่ายโยธา ฝ่ายเทศกิจ ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและฝ่ายรักษาความสะอาด ซึ่งตนขอเรียกว่า ปร.
นายคริส ยังกล่าวถึงตัวเลขค่าเก้าอี้ ผอ.เขต 4 ล้านบาทว่า เป็นเรื่องที่ผู้ช่วยเขต ที่ไม่ได้รับตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการเขต มาร้องเรียนกับพรรคเศรษฐกิจว่า ไม่เห็นด้วยที่แก็งอากง ซึ่งเป็นผู้บริหารจัดการใน กทม. ทั้งหมด อยากขึ้นตำแหน่ง ผอ.เขต ให้ไปคุยที่ เซฟเฮาส์ ย่านสุทธิสาร โดยไม่ให้นำโทรศัพท์เข้าไปในระหว่างการพูดคุย คนที่ไม่จ่ายเงินก็จะไม่ได้ขึ้นตำแหน่ง ผอ.เขต อย่างไรก็ตาม ผอ.เขต เงินเดือนไม่มาก หากต้องการขึ้นตำแหน่ง ผอ.เขต ก็จะต้องเรียกเงินจากฝ่ายที่ทำเงินได้ เช่น ฝ่ายรักษาความสะอาด ฝ่ายเทศกิจ ฝ่ายโยธา เป็นต้น ยกตัวอย่าง การขายของบนทางเท้าที่ปัจจุบัน จะไม่สามารถขายได้แล้ว เพราะมีระเบียบห้ามขาย แต่ที่เห็นว่ามีการขายของบนทางเท้านั่นหมายความว่ามีการเรียกเก็บเงินจากผู้ค้า
นอกจากนี้ ยังมีการทุจริตในฝ่ายโยธาที่มีหน้าที่ในการออกใบอนุญาตในการต่อเติม-ก่อสร้างอาคาร ปัจจุบันมีการเปิดให้ยื่นใบขออนุญาตผ่านระบบออนไลน์ เพื่อไม่ให้ผู้ขอกับผู้อนุญาตต้องเจอกันจนเกิดการเตะถ่วงดองเรื่อง แต่หากมีการขออนุญาตหรือให้นายจ้างของสำนักงานเขตเป็นผู้เขียนแบบให้ จะผ่านทุกกรณี
นายคริส ชี้ว่า นายชัชชาติ ไม่สามารถปฏิเสธความรับรับผิดชอบได้ แม้จะอ้างว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเล็กๆ ทำกันเองตนไม่เกี่ยวก็ตาม คนที่ขึ้นมาเป็น ผอ.เขต ตอนนี้ทำเงินได้อย่างน้อยๆ ปีละ10 ล้านบาท ส่วนเรื่องการทุจริตเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ช่วยเขต มีการร้องเรียนมาตั้งแต่ปี 2566 แล้ว จึงไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น และในคราวนั้นผู้ช่วยเขตที่จะต้องขึ้นเป็น ผอ.เขต ก็เป็นผู้ร้องเรียนเหมือนครั้งนี้
นายคริส ย้ำว่า หากนายชัชชาติได้กลับมาเป็นผู้ว่าฯ กทม. อีก ต้องขจัดระบอบอากง ออกจาก กทม. ให้ได้ พร้อมตั้งข้อสังเกต ว่านายชัชชาติเกรงใจใครหรือไม่ เพราะมีการแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้าย ผอ.เขต 16 คน จากระบอบอากง จนไม่เป็นไปตามระเบียบการแต่งตั้ง ผอ.เขต ซึ่งมีความผิดปกติ โดยมีเป้าประสงค์ เพื่อเข้ามาจัดการเลือกตั้ง หลังจากนายชัชชาติลาออก ดังนั้น ระบอบอากงไม่ใช่แค่ทุจริต แต่กล้าอยู่เหนือกฎหมาย บางคนมีคำสั่งให้ไปดำรงตำแหน่งที่สำนักปลัดกรุงเทพมหานครแล้ว แต่ยังทำหน้าที่เป็น ผอ.เขต หลังจากนั้นมีการแต่งตั้งบุคคลเหล่านั้นกลับมาทำหน้าที่ ผอ.เขตอื่น โดยให้เหตุผลว่ามีการแก้ไขระเบียบแล้ว
ทั้งนี้ ตอนนี้ประชาชนเดือดร้อน เพราะการทุจริตยังมีอยู่ จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่จะพูดเรื่องนี้เพื่อแก้ไขการทุจริตใน กทม. เรื่องที่พูดไปทั้งหมดหวังว่าจะเป็นการถกเถียงในที่สาธารณะว่ามีจริงหรือไม่ ถ้าไม่มีจริงก็ขอบอกมา ก็จะเอาหลักฐานแต่ละเขตมาโชว์ ยืนยันว่านี่ไม่ใช่การหาเสียง แต่เป็นการพูดความจริงเพื่อพัฒนากรุงเทพมหานครให้ดีขึ้น หากวันนี้ระบบอากงยังอยู่ การทุจริตในสำนักงานเขตก็ยังอยู่ เมื่อการทุจริตยังอยู่ประชาชนก็จะเดือดร้อนต่อไป นายชัชชาติจะถือตัวเองเป็นพระบริสุทธิ์คนเดียว โดยที่ระบอบอากง ผู้ว่าฯ เงายังอยู่ ดังนั้น หากนายชัชชาติมีความจริงใจต้องจัดการกับระบอบอากง
นายคริส เปิดเผยว่า ในยุคผู้ว่าฯ คนก่อน ก็มีกระบวนการลักษณะนี้ โดยหนึ่งใน สส.ของพรรคเศรษฐกิจ ซึ่งเคยเป็น สก. มาก่อนเคยอภิปรายกระบวนการแบบนี้ในสภา กทม.มาหลายครั้งแล้ว แต่ไม่ได้รับการแก้ไข แต่ในช่วงตลอดสี่ปีที่ผ่านมา ปัญหานี้หนักขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น ต้องการให้นายชัชชาติมีความเด็ดขาดกว่านี้ในเรื่องของสำนักงานเขต พร้อมเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายการแสดงบัญชีทรัพย์สินตั้งแต่ระดับหัวหน้าฝ่ายจนไปถึง ผอ.เขต