ดร.มัลลิกา ลุยหาเสียงสยามสแควร์ ชูนโยบายไซไฟ-เทคโนโลยี หนุนแนวคิด Human Innovation เปลี่ยนกรุงเทพฯ ด้วย AI และนวัตกรรม เอาใจวัยรุ่น

ดร.มัลลิกา ลุยหาเสียงสยามสแควร์ ชูนโยบายไซไฟ-เทคโนโลยี หนุนแนวคิด Human Innovation เปลี่ยนกรุงเทพฯ ด้วย AI และนวัตกรรม เอาใจวัยรุ่น

View icon 22
วันที่ 7 มิ.ย. 2569 | 15.52 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (7 มิ.ย. 69) นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) หมายเลข 14 ลงพื้นที่พบปะประชาชนและกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่บริเวณสยามสแควร์ โดยมีกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และคนวัยทำงานรุ่นใหม่จำนวนมากเข้ามาทักทาย ขอถ่ายภาพ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับอนาคตของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะประเด็นเทคโนโลยี AI เมืองอัจฉริยะ และนวัตกรรมสาธารณะ ซึ่งนางมัลลิกาได้ตะโกนทักทายตลอดทางว่า “ว่าไงวัยรุ่น”

โดยนางมัลลิกา กล่าวว่า คนรุ่นใหม่ไม่ได้ต้องการเพียงคำสัญญาทางการเมือง แต่ต้องการเห็นผู้นำที่เข้าใจอนาคต เข้าใจเทคโนโลยี และสามารถนำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้จริง วันนี้วัยรุ่นไม่ได้มองหาแค่ผู้บริหารเมือง แต่กำลังมองหาผู้นำที่พาพวกเขาเดินไปสู่อนาคต กทม. ต้องเป็นเมืองแห่งโอกาส เมืองแห่งนวัตกรรม และเมืองที่คนรุ่นใหม่สามารถเติบโตได้

สำหรับย่านสยาม ถือเป็นหัวใจเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของกรุงเทพมหานคร เป็นศูนย์รวมการศึกษา การท่องเที่ยว การค้าปลีก แฟชั่น ดนตรี ศิลปะ และวัฒนธรรมร่วมสมัย มีผู้คนหมุนเวียนเข้ามาหลายแสนคนต่อวัน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลให้กับกรุงเทพมหานครในแต่ละปี ทั้งจากการจับจ่ายใช้สอย การท่องเที่ยว และธุรกิจบริการ

ทั้งนี้ผู้ประกอบการในพื้นที่สะท้อนว่า แม้สยามยังคงเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ แต่การแข่งขันทางธุรกิจสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ค้าจำนวนมากต้องการการสนับสนุนด้านดิจิทัล การตลาดออนไลน์ การเข้าถึงแหล่งทุน และกิจกรรมดึงดูดนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี

ดังนั้นจึงเสนอแนวทาง Creative District 50 เขต เพื่อขยายโมเดลความสำเร็จของสยามสแควร์ไปยังทุกพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร โดยมีเป้าหมายให้แต่ละเขตมีจุดขายเฉพาะตัวและสร้างรายได้ในชุมชนอย่างยั่งยืน

สำหรับนโยบายสำคัญประกอบด้วย AI Commerce Hub เชื่อมผู้ค้า SME กับลูกค้าทั่วโลกผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล SME จับคู่กู้เงิน เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย Creative District 50 เขต

สร้างย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ประจำแต่ละพื้นที่ Bangkok Night Economy ส่งเสริมเศรษฐกิจกลางคืนอย่างปลอดภัย AI Traffic ลดปัญหาจราจร เพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง  Smart Safety & CCTV AI ยกระดับความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
Youth Innovation Hub พื้นที่สร้างสรรค์สำหรับสตาร์ตอัปและคนรุ่นใหม่ Smart Event Platform ระบบจัดกิจกรรม ดนตรี ศิลปะ และเทศกาลประจำเขตตลอดปี พร้อมย้ำว่ากทม. ในศตวรรษใหม่ ต้องไม่ใช่เมืองที่เจริญเฉพาะใจกลางเมือง แต่ต้องเป็นมหานครแห่งโอกาสสำหรับทุกคน

ส่วนการปรับหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งขณะนี้มีดรามาเรื่องการนำชื่อพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษี จนเกิดข้อพิพาทในครอบครัว จนเกิดข้อวิจารณ์ทั้งเนรคุณ และไม่เลี้ยงดูจริง นางมัลลิกา กล่าวว่า ตนมองว่าเป็นความผิดพลาดของภาครัฐและเป็นความบกพร่องของกระทรวงการคลัง ที่ไม่บอกความจริงกับประชาชนว่ามีเม็ดเงินเท่าไหร่

การทำโครงการประชาแบบถ้วนหน้าและทั่วถึง หากไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหา อย่างไรก็ตามเรื่องนี้จะโยนบาปให้กับลูกและพ่อแม่ไม่ได้ ว่าจะเลือกระหว่างรัฐกับลูกไม่ได้ เพราะถ้าพ่อแม่เลือกรัฐถือเป็นสิทธิ์ของเขาโดยตรง

ส่วนกรณีของลูกก็เป็นสิทธิของเขา ก็ถือเป็นสิทธิ์ตามระเบียบของกระทรวงการคลังเช่นเดียวกัน ที่ไปบอกให้ใช้ในการลดหย่อนภาษี ดังนั้นตนมองว่าเป็นคนละบริบทกัน พร้อมย้ำว่าความผิดพลาดในเรื่องนี้ต้องเป็นของรัฐ ไม่ใช่โยนความรับผิดชอบไปที่ครอบครัวจนเกิดความแตกแยกกัน หรือโยนไปที่ลูกว่าจะต้องดูแลพ่อแม่อย่างไร ซึ่งตนมองว่าลูกทุกคน ดูแลพ่อแม่อยู่แล้วตามอัตภาพของแต่ละคน หรือบางคนอาจจะไม่ได้ดูแล แต่แน่นอนว่าไม่มีใครอยากทะเลาะกัน

นางมัลลิกา กล่าวต่อว่า การที่กระทรวงการคลังเอารูปแบบการคิดที่มีมาตรวัด ไปวัดคนในสังคมโดยไม่ได้ทำประชาคม ถือว่าเป็นข้อผิดพลาด ตนจึงขอแนะนำว่า ข้อผิดพลาดนี้ต้องแก้โดยรัฐ โดยกระทรวงการคลัง และขณะเดียวกันต้องสามารถแก้ได้ โดยให้สิทธิ์เข้าถึงพ่อแม่ ผู้ปกครอง

รวมถึงสิทธิ์แก่ลูก ในการลดหย่อนภาษี เพราะเป็นสิ่งที่กระทรวงการคลังออกมาตรการมาเอง ส่วนการเข้าถึงสวัสดิการแห่งรัฐเป็นความเท่าเทียม ดังนั้นจึงไม่สามารถเอาความรวยและความจนมาเป็นมาตรวัด และไม่สามารถตัดสินคนอื่นได้ เพราะนี่คือนโยบายประชานิยมแบบทั่วหน้า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง