ปลูก สะตอข้าว พืชทางเลือก จ.นครราชสีมา

View icon 7
วันที่ 8 มิ.ย. 2569 | 06.03 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - "สะตอข้าว" พืชเศรษฐกิจทางเลือก ปลูกง่าย ขายคล่อง ผลผลิตมีเท่าไหร่ พ่อค้าเหมารับซื้อหมด

ปลูก สะตอข้าว พืชทางเลือก จ.นครราชสีมา
หายเอ่ยถึงต้นสะตอ ต้องนึกถึงภาคใต้ ที่ชาวสวนยางหรือชาวสวนผลไม้ มักปลูกแซมไว้ แต่ทุกวันนี้การปลูกต้นสะตอได้รับความนิยมและปลูกกันแพร่หลายในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะสะตอข้าว ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค ที่หาซื้อไปรับประทานมากที่สุด เพราะความโดดเด่นจากฝักบิดเป็นเกลียว เปลือกบาง เมล็ดมีขนาดเล็กกว่าสะตอดาน แต่รสชาติกรอบ หวาน มัน และมีกลิ่นเหม็นเขียวฉุนน้อยกว่า

เรากำลังจะนำพาไปชมพื้นที่ปลูกต้นสะตอสายพันธุ์นี้ ที่ตำบลลำเพียก อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ของนายสาธิต แบ๊ะหลี เกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลัง ที่ตั้งใจปลูกต้นสะตอ เพื่อบ่งบอกแนวเขตเท่านั้น โดยลงไป 18 ต้น ตลอดแนวเขตที่ยาวขนานกับถนน ประมาณ 200 เมตร ทุกปีก็ให้ฝักดกเก็บขายเฉลี่ย ปีละ 1 ตัน แต่ปีนี้ให้ฝักดกเต็มต้น คาดว่าจะเก็บได้เกือบ ๆ 2 ตัน โดยราคารับซื้ออยู่ที่กิโลกรัมละ 80 บาท ต่อปี จะขายได้เป็นเงิน ประมาณ 150,000 บาท หากคิดเป็นหัวเฉลี่ยรายเดือน ก็จะอยู่ที่ 12,500 บาท

แกะเกสร ดอกบัวหลวง ส่งขาย
ส่วนชาวบ้านโคกสำราญ อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา ทำรายได้ต่อเดือนไม่น้อยหน้าเช่นกัน โดยยึดอาชีพเก็บดอกบัวหลวงตามบึง และนำแกะเกสรส่งขายให้กับพ่อค้าคนกลาง ที่มารับซื้อถึงที่ ในราคากิโลกรัมละ 200 บาท

ใครที่ขยันหรือมีเวลาแกะ ก็จะได้ประมาณ 600 บาทต่อวัน รายได้ต่อเดือน ก็จะอยู่ที่เกือบ 20,000 บาท ซึ่งเกสรดอกบัวหลวงที่แกะแล้ว จะต้องนำไปผึ่งแดดให้แห้ง ประมาณ 1-2 วัน เรียกได้ว่า มีเท่าไหร่พ่อค้ารับซื้อหมด เพราะเป็นส่วนประกอบที่จะนำไปผลิตยาหอม ยาชูกำลัง และการนำไปแปรรูปเป็นชาดอกบัว

ปัจจุบัน ชาวบ้านหลายครัวเรือน เริ่มยึดอาชีพเก็บดอกบัวหลวง เป็นอาชีพหลักแล้ว เพราะเป็นทรัพยากรท้องถิ่นที่หาได้ง่าย แค่ต้องลงแรงเท่านั้น โดยไม่มีต้นทุน แต่สามารถทำรายได้อย่างมั่นคงได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ที่มักจะเลี้ยงหลานอยู่กับบ้าน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง