เช้านี้ที่หมอชิต - ยังคงมีให้เห็นกันรายวัน กับภาพของคนที่อยากทำงานสุจริต แต่สุดท้ายถูกหลอกเป็นแก๊งคอลเซนเตอร์ ข้ามแดนไปฝั่งปอยเปต เจ้าตัวเล่าให้ฟัง วินาทีที่ถูกพาข้ามแดน ก็รู้ตัวทันทีว่ากลับมาไทยหนีไม่พ้นมีคดีติดตัวแน่ ๆ
ชายคนนี้ชื่อว่า นายพิทยา เป็นพนักงานขับรถบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ถูกตำรวจปฏิบัติการพิเศษ หรือตำรวจคอมมานโด สะกดรอยไปจับกุมตัวได้ถึงที่ทำงาน ในซอยพระเทพรัตนโมลี 6 เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ หลังศาลฯ ออกหมายจับเพราะเป็นบัญชีม้าพัวพันแก๊งสแกมเมอร์ อย่างน้อย 3 คดี มีตั้งแต่หลอกแม่ค้าออนไลน์ลงทุน อ้างเป็นกระทรวงยุติธรรมช่วยเหลือคดี และ หลอกชวนทำกิจกรรมรับค่าตอบแทนพิเศษ
เจ้าตัวเล่าให้ฟัง ยืนยันว่า ไม่ได้อยากไปเป็นแก๊งคอลเซนเตอร์ หรือสแกมเมอร์ แต่ตั้งใจจะไปทำงานขับรถในจังหวัดสระแก้ว ตามที่ได้สมัครงานผ่านเฟซบุ๊ก และเท่าที่รู้วันนั้นมีคนที่ถูกหลอกเป็นสิบคน ทันทีที่เริ่มรู้ตัวว่าต้องข้ามไปฝั่งกัมพูชา ก็คิดอยู่แล้วว่ากลับมาต้องถูกดำเนินคดีในไทยแน่ ๆ
ส่วนคดีนี้ ตำรวจกองปราบฯ ไปจับกุม นายอนุรักษ์ อายุ 27 ปี และ นางสาวรุ่งทิวา อายุ 24 ปี หลังสืบสวนพบเป็นบัญชีม้าเหมือนกัน ที่ต่างกันคือทั้ง นายอนุรักษ์ และ นางสาวรุ่งทิวา สมัครใจไปเป็นคนกดถอนเงินในฝั่ง สปป.ลาว ซึ่งทำมาแล้ว 3-4 ครั้ง โดยมีครั้งหนึ่งที่ถูกสั่งให้ไปกดถอนเงินรวม 2 ล้านบาท แต่หลังทั้ง 2 กดถอนเงินเสร็จ ปรากฏว่า นางสาวรุ่งทิวา เชิดเงินหนีไปกบดานในจังหวัดนครพนม และ จังหวัดระยอง ส่วน นายอนุรักษ์ ยังอยู่ในพื้นที่ เลยถูกแก๊งสแกมเมอร์จับกุมตัว จึงใช้เป็นตัวประกันต่อรองให้ นางสาวรุ่งทิวา เอาเงินไปคืน จนสุดท้ายแก๊งสแกมเมอร์ยอมปล่อยตัว แล้วมาถูกตำรวจจับกุมตัวได้
ขณะที่ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ACSC ขยายผลจากคดีที่แก๊งคอลเซนเตอร์ โทร.ข่มขู่อ้างตัวเป็นตำรวจ สภ.เมืองเลย หลอกให้เหยื่อโอนเงิน แล้วจากการไล่เส้นทางการเงิน พบว่ามี นายสุเมธ อายุ 38 ปี และ นายเศรษฐวิชญ์ อายุ 34 ปี ใน จังหวัดนนทบุรี และ สมุทรสาคร เข้าไปเกี่ยวข้อง จึงส่งข้อมูลให้ตำรวจสอบสวนกลางเข้าไปจับกุม จากการสอบสวนทั้ง 2 คน รับว่าจะนำบัญชีที่ได้จาก "บอสชาวจีน" ไปกว้านซื้อสุรา และบุหรี่ตามห้างฯ ต่าง ๆ เอาไปเร่ขายต่อตามร้านทั่วไปในราคาถูก แล้วเงินที่ขายส่งมอบให้กับ "บอสชาวจีน" อีกที แลกกับค่าดำเนินการ 5 % จึงจับกุมเพื่อเป็นการตัดวงจรทางการเงินของขบวนการเหล่านี้ และขยายผลเอาผิดคนที่เกี่ยวข้องที่เหลือต่อไป