บุกช่วยนักศึกษา เหยื่อแก๊งคอลเซนเตอร์

View icon 11
วันที่ 16 ก.ค. 2569 | 11.28 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - แก๊งคอลเซนเตอร์ กลับมาอาละวาดหลอกนักศึกษาด้วยอุบายเดิม ๆ คือบอกว่าเหยื่อไปพัวพันกับคดีฟอกเงิน คดียาเสพติด ก่อนจะให้เหยื่อจัดฉากว่าถูกจับตัวเรียกค่าไถ่ แล้วให้ติดต่อญาติ โอนเงินมาจ่ายค่าไถ่ ตำรวจบุกไปช่วยเหลือเหยื่อได้ 4 คน ภายในวันเดียว

ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ และ สภ.ปากคลองรังสิต จังหวัดปทุมธานี เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายซึ่งเป็นนักศึกษาหญิงชั้นปีที่ 1 ของ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง หลังจากตำรวจได้รับแจ้งจากทางมหาวิทยาลัย ว่านักศึกษาทั้ง 2 คน ถูกแก๊งคอลเซนเตอร์แอบอ้างเป็นตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ข่มขู่ว่าพัวพันกับคดีผิดกฎหมายร้ายแรง

ก่อนจะบังคับให้เหยื่อไปเช่าห้องพักรายวัน แยกกักตัวตัดขาดจากสังคมเพื่อหลบซ่อนตัว

จากการตรวจสอบ พบว่า แก๊งคอลเซนเตอร์ ได้ให้ผู้เสียหายทั้ง 2 คน ที่หลงเชื่อคำขู่ โอนเงินส่วนตัวเข้าบัญชีของกลุ่มมิจฉาชีพ ผู้เสียหายรายแรก โอนเงินไป 100,000 บาท ส่วนอีกราย โอนเงินไป 500,000 บาท 

ตำรวจ จึงพานักศึกษาสาวทั้งสอง ไปสอบปากคำเชิงลึกและตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อเร่งรัดออกคำสั่งอายัดบัญชีธนาคารปลายทาง พร้อมติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฏหมาย 

ก่อนหน้าไปช่วย นักศึกษาหญิง ตำรวจก็บุกไปช่วยนักศึกษาชาย 2 คน มาแล้ว 

นักศึกษาชาย 2 คน อายุ 21 ปี และอายุ 22 ปี กักขังตัวเองอยู่ในห้องพัก ของรีสอร์ทแห่งหนึ่งย่าน ตำบลหลักหก อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี หลังตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ใช้อุบายหลอกให้ไปกักขังตัวเอง ก่อนใช้เทปกาว และผ้าผูกมัดแขนขาตัวเองขังตัวเองไว้ในห้องพัก พร้อมกับให้โทรศัพท์ไปหาผู้ปกครอง หรือญาติว่าถูกจับเรียกค่าไถ่ ต้องโอนเงินคนละ 450,000 บาท มาให้ 

แต่ขณะเข้าช่วยเหลือ ปรากฏว่าแก๊งคอลเซนเตอร์ ยังวิดีโอคอลเปิดทิ้งไว้ ทางตำรวจจึงคุยกับแก๊งคอลเซนเตอร์ พร้อมทั้งบอกว่าจะตามจับตัวมาดำเนินคดีให้ได้

ตำรวจเปิดเผยว่า คดีนี้มีลักษณะเป็นการสร้างสถานการณ์เรียกค่าไถ่ โดยเจ้าหน้าที่แกะรอยจนสามารถช่วยเหลือนายเต และนายปลื้ม ในห้องพัก 

โดยนักศึกษารายหนึ่ง อยู่ในสภาพถูกผ้าขนหนูมัดข้อเท้าไว้ และพบว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังคงวิดีโอคอลเฝ้าดูสถานการณ์ของนักศึกษาทั้งสองอยู่ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าช่วยเหลือทั้งสองคนได้อย่างปลอดภัย

ผู้ปกครองของหนึ่งในผู้เสียหาย ให้ข้อมูลว่า ลูกชายโทรมาแจ้งว่าได้รับทุนการศึกษาไปต่างประเทศ แต่ต้องทำวีซ่า ไปประเทศสหรัฐอเมริกา และต้องมีเงินนอนภายในบัญชีประมาณ 350,000 บาท

ด้วยความดีใจ ตนจึงจนโอนเงินไปให้ลูก จากนั้นตนจึพยายามติดต่อลูกชาย แต่ติดต่อไม่ได้ ด้วยความเอะใจ จึงรีบเดินทางมาจากจังหวัดเพชรบูรณ์ตั้งแต่เช้า แต่ระหว่างทาง มีตำรวจโทรมาแจ้งว่า ลูกชายถูกแก๊งคอลเซนเตอร์หลอก และให้การช่วยเหลือได้สำเร็จ

ด้านเหยื่ออีกคน บอกว่า คนร้าย ใช้อุบายหลอกลวง และข่มขู่ให้กลัว โทร.มาอ้างขอตรวจสอบเช็กบัญชีธนาคาร เพราะสงสัยอาจพัวพันกับการฟอกเงินในบัญชี พร้อมข่มขู่ไม่ให้วางสาย ถ้าหากวางสาย จะถือว่าเป็นผู้ร่วมขบวนการทันที

ตลอดการพูดคุยกัน คนร้ายไม่ยอมเปิดกล้องให้เห็นหน้า และพยายามซักถามข้อมูลส่วนตัวเชิงลึกเรื่องสินทรัพย์ทั้งหมด กระทั่งวันศุกร์ที่ผ่านมา คนร้ายขู่ให้ตนหาเงินมาให้เพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี ตนจึงให้ญาติช่วยโอนเงินให้พร้อมกับถ่ายคลิปให้ญาติดูว่าถูกคนร้ายจับตัวไว้ แต่ญาติเอะใจจึงประสานตำรวจช่วยเหลือ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง