ตำรวจไหวพริบดี พบรถกระบะต้องสงสัยขับเข้าด่านตรวจ คนขับลุกลี้ลุกลน น้ำเสียงสั่นเครือ เมื่อนำรถเข้าเครื่องเอกซเรย์ พบ "ช่องลับ" ซุกยาบ้า 300 มัด รวมกว่า 6 แสนเม็ด เตรียมมุ่งหน้าลงใต้
วันนี้ ( 8 มิ.ย. 69 ) ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ร่วมกันจับกุม นายณัฐพงศ์ อายุ 28 ปี พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้า 300 มัด รวมกว่า 600,000 เม็ด รถยนต์ 1 คัน ซึ่งมีการดัดแปลงทำช่องลับบริเวณด้านข้างกระบะซ้าย-ขวา และใต้พื้นกระบะ และยึดโทรศัพท์มือถือเอาไว้ได้ โดยจับกุมได้ บริเวณด่านตรวจยานพาหนะ พยุหะคีรี ต.ย่านมัทรี อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์
ก่อนเกิดเหตุเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2569 ได้พบความเคลื่อนไหวของเครือข่ายยาเสพติด ซึ่งเตรียมการใช้รถยนต์กระบะ ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ ทางฝั่ง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ มุ่งหน้าไปส่งมอบให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคใต้ เจ้าหน้าที่จึงได้สืบสวนเฝ้าระวังตรวจสอบข้อมูลรถยนต์เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของรถเป้าหมาย กระทั่งพบว่ารถคันดังกล่าวขับมุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่ภาคกลาง ตำรวจ กก.3 บก.สกส. จึงได้วางกำลังตามเส้นทางที่น่าเชื่อว่ารถกระบะเป้าหมายจะขับผ่าน และได้ประสานความร่วมมือ ตำรวจทางหลวง (ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล.) เพื่อสกัดกั้นบนเส้นทางหลวง ได้เตรียมความพร้อมและวางกำลังเฝ้าระวังอย่างรัดกุม
กระทั่งวันที่ 6 มิ.ย. 2569 รถยนต์เป้าหมายได้ขับเข้าสู่จุดตรวจ ณ บริเวณด่านตรวจยานพาหนะพยุหะคีรี ตำรวจจึงได้ร่วมกันส่งสัญญาณเรียกให้หยุดรถ พบผู้ต้องหาเป็นผู้ขับขี่เพียงลำพัง ด้วยไหวพริบของเจ้าหน้าที่ ได้สังเกตพบพิรุธของผู้ต้องหาที่มีอาการลุกลี้ลุกลน น้ำเสียงสั่นเครือ และให้การวกวนไม่ตรงกับความเป็นจริง จึงได้นำรถยนต์คันดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบเชิงลึกด้วยเครื่องเอกซเรย์ (X-Ray) ณ ด่านตรวจยานพาหนะพยุหะคีรี ผลการตรวจสอบ พบว่ามีการดัดแปลงสภาพรถ ทำเป็น "ช่องลับ" พยายามตบตาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ในบริเวณด้านข้าง และใต้พื้นกระบะของรถกระบะเป้าหมายดังกล่าวอย่างมิดชิด เมื่อเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทำการตรวจค้นช่องลับโดยละเอียดพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ จำนวน 300 มัด หรือกว่า 600,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในช่องลับเมื่อตรวจพบยาเสพติดของกลาง
ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาว่า “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้า ) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และเป็นการกระทำที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนโดยทั่วไป” จึงได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาและตรวจยึดยาเสพติดของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับว่า ได้รับว่าจ้างให้ขนยาเสพติดครั้งนี้จริง เมื่อทำงานสำเร็จจะได้ค่าจ้าง ประมาณ 80,000 บาท และได้ค่าจ้างล่วงหน้ามาแล้ว จำนวน 30,000 บาท