กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน ระดมยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอล หลายระลอกเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการโจมตีอิสราเอลโดยตรงครั้งแรก ในรอบหลายสัปดาห์ของอิหร่าน นับตั้งแต่การขยายช่วงเวลาหยุดยิงชั่วคราวเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แม้การโจมตีครั้งนี้ส่วนใหญ่ระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิสราเอลจะสกัดกั้นไว้ได้ แต่ก็ทำให้สถานการณ์สงครามอิหร่าน กลับมาอยู่ในภาวะตึงเครียดอีกครั้ง
อิหร่าน ให้เหตุผลว่า การโจมตีครั้งนี้ เพื่อเป็นการตอบโต้การกระทำของกองทัพอิสราเอล ที่โจมตีกรุงเบรุต โดยไม่แจ้งเตือนก่อนหน้านั้น ซึ่งอิหร่านถือว่าการยุติการโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงหยุดยิง
ด้าน อิตามาร์ เบน-กวีร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติของอิสราเอล โพสต์ข้อความตอบโต้ว่า "คืนนี้เตหะรานจะต้องกลายเป็นทะเลเพลิง !"
ขณะที่ โฆษกกองทัพอิหร่าน เตือนว่า การโจมตีอิสราเอลครั้งนี้เป็นเพียงการเตือนเท่านั้น หากอิสราเอลตอบโต้ กองทัพอิหร่าน จะยกระดับการโจมตีให้รุนแรงกว่าเดิม
ส่วน ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ เอ็นบีซี นิวส์ ขณะนี้ใกล้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านแล้ว และในเวลาต่อมาได้กล่าวปราม เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ว่า อย่าตอบโต้การโจมตีของอิหร่าน เพราะไม่อยากให้กระทบการเจรจาข้อตกลงหยุดยิง และย้ำว่า หากเขาบอกให้หยุดยิง อิสราเอลต้องฟัง
แม้ ทรัมป์ จะปรามไว้ แต่อิสราเอลยังคงปฏิบัติการโจมตีทางอากาศใส่กรุงเตหะรานและหลายเมืองของอิหร่านในช่วงเช้ามืดวันนี้
ความตึงเครียกครั้งนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเช้านี้สูงขึ้นทันที 2.6% อยู่ที่กว่า 95 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล