นักเรียนชั้น ป.4 อายุ 9 ขวบ โดนครูลงโทษให้กระโดดตบ 1,000 ครั้ง จนต้องเข้าโรงพยาบาล สาเหตุเพราะเข้าใจผิดว่าทิ้งขยะไม่ถูกที่ ด้านโรงเรียนมอบเงินให้ครอบครัวของเด็กนักเรียนจำนวน 10,000 บาท แต่ครูคู่กรณีอ้างไม่ได้สั่งให้เด็กกระโดดตบ และไม่ได้เจอเด็กในวันและเวลาดังกล่าว
วันที่ 8 มิ.ย.69 นายธีรัตม์ พ่อของน้องณัฐ (นามสมมติ) เด็กนักเรียนชั้น ป.4 อายุ 9 ปี ร้องเรียนกับสื่อมวลชนว่า ลูกชายถูกครูโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ลงโทษด้วยการให้กระโดดตบ 1,000 ครั้ง จนได้รับบาดเจ็บปวดที่น่อง และต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสุรินทร์ มาหลายวันแล้ว ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปสามถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เมื่อไปถึงพบ น้องณัฐ นักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บกำลังทดลองเดิน ซึ่งยังคงพบว่า ร่างกาย โดยเฉพาะขายังไม่แข็งแรงและเดินยังไม่สะดวก
นางสาวมาริสา แม่ของน้องณัฐ เล่าว่า เหตุเกิดวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ขณะที่ น้องณัฐ เดินเข้าไปเก็บขวดน้ำหลังประตูฟุตบอลจะเอาไปทิ้งในถังขยะ คุณครูเข้าใจน้องณัฐ เป็นคนเอาขวดน้ำไปทิ้งบริเวณดังกล่าว จึงลงโทษโดยการให้น้องณัฐกระโดดตบจำนวน 1,500 ครั้ง แต่น้องณัฐ กระโดดตบไป ได้จำนวน 1,000 ครั้ง รู้สึกว่าเหนื่อยเกินไป เหมือนหัวใจจะหลุดออกมา ก็เลยบอกครูไปว่า ตัวเองกระโดดตบไม่ไหวแล้ว คุณครูจึงสั่งให้ไปพักได้
พอกลับถึงบ้าน น้องณัฐ ก็ไม่ยอมบอกแม่จนผ่านไป วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 คุณแม่สังเกตุอาการพบว่าลูกเดินผิดปกติ จึงได้เรียกมาสอบถามว่าเป็นอะไรทำไมถึงเดินแบบนี้ ลูกชายเล่าให้ฟังว่า มีอาการปวดข้อเท้า เจ็บบริเวณน่อง อ่อนเพลีย และเล่าให้แม่ฟังว่าถูกคุณครูทำโทษตามที่กล่าวมาข้างต้น คุณแม่จึงพาลูกชายไปโรงพยาบาล แพทย์ตรวจอาการแล้ว จึงรับตัวไว้เป็นผู้ป่วยใน อาการเบื้องต้นมี ความดันต่ำ ปัสสาวะมีสีเข้ม ต้องอยู่ในสังเกตการณ์อาการของแพทย์
ถัดมาวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ผู้อำนวยการโรงเรียน และคณะคุณครู ได้เข้ามาเยี่ยมอาการของ น้องณัฐ และพูดคุยถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น และมอบเงินให้ครอบครัวจำนวน 10,000 บาท แต่ที่น่าแปลกใจคือ คุณครูที่สั่งทำโทษก็เดินทางมาด้วยเช่นกัน แต่ไม่ยอมเข้าไปเยี่ยม ได้ยืนรออยู่ข้างนอกห้อง ครอบครัวได้ปรึกษากันว่าไม่ขอรับเงินช่วยเหลือดังกล่าว จึงได้นำเงินจำนวน 10,000 บาท มาลงบันทึกประจำวันเพื่อขอคืนเงืนให้กับทางโรงเรียน ต่อมาผู้ปกครองได้รับทราบว่า คุณครูที่สั่งลงโทษน้องณัฐ ไม่ยอมรับผิดและยืนยันว่าตนเองไม่ได้สั่งให้เด็กกระโดดตบและไม่ได้เจอเด็กวันและเวลาดังกล่าว ครอบครัวจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับคุณครูผู้ก่อเเหตุ
นางสาวมาริสา แม่ของน้องณัฐ ยังกล่าวอีกว่า คุณครูที่สั่งทำโทษเด็กเอามาตรฐานอะไรหรือคำสั่งของกระทรวงศึกษาธิการฉบับไหน มาลงโทษเด็กหนักขนาดนี้ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบหาความเป็นธรรมให้กับครอบครัวของตนเองด้วย
ขณะที่ นางสาย คุณย่าของเด็กนักเรียน กล่าวว่า หลานทำอะไรผิดนักหนา ทำไมคุณครูถึงได้ลงโทษเด็กขนาดนี้ ตนได้ยินข่าวครั้งแรกว่าหลานชายถูกครูทำโทษและเข้าโรงพยาบาล แทบช็อก เพราะไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น
ด้าน พ.ต.ต.สยามรัตน์ ภูมี สารวัตรสอบสวน สภ.สังขะ กล่าวว่าตอนนี้ ครูและนักเรียนพูดไม่ตรงกัน หลังจากนี้จะทำการติดตามสืบสวนการกระทำดังกล่าว ว่ามีการกระทำผิดกฎหมายหรือกระทำผิดต่อร่างกายเด็กจริงหรือไม่ พนักงานสอบสวนรับเรื่องไว้แล้ว จะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ล่าสุดวันนี้ (8 มิถุนายน 2569) เจ้าหน้าที่ตำรวจร้อยเวร สภ.สังขะ ได้พานางสาวมาริสา แม่เด็ก เดินทางไปพบเจ้าหน้าที่ ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสุรินทร์ เพื่อขอคำแนะนำในการดำเนินการในคดีที่เกี่ยวกับเด็ก
ในขณะเดียวกันนางสาย ผู้เป็นย่า และน้องณัฐ ได้เข้าพบกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุรินทร์ และจิตแพทย์โรงพยาบาลสุรินทร์ ได้ร่วมกันสอบถามเด็ก แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะดูแลเยียวยาสภาพจิตใจเด็กนักเรียนที่ถูกกระทำอย่างไรบ้าง และคุณย่าของเด็กนักเรียนคนดังกล่าวยังถูกตำหนิจากเจ้าหน้าที่บางคนว่า เรื่องแค่นี้ทำไมถึงต้องไปบอกนักข่าวและทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่โตอีกด้วย