พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทอดพระเนตรการแสดงเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี "Edelweiss : พราวพร่างกลางดวงใจ"

View icon 37
วันที่ 8 มิ.ย. 2569 | 20.01 น.
ข่าวในพระราชสำนัก
แชร์
วานนี้ เวลา 19.13 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง ทอดพระเนตรการแสดงเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี "Edelweiss : พราวพร่างกลางดวงใจ" ซึ่งบริษัท สหศีนิมา จำกัด จัดขึ้นเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 โดยได้รับความร่วมมือจากศิลปิน นักร้อง และนักแสดง เพื่อถวายพระพรชัยมงคล แสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมุ่งเน้นการสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นแบบอย่างในความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และทรงงานเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน

การแสดงเฉลิมพระเกียรติฯ "Edelweiss : พราวพร่างกลางดวงใจ" ได้นำ "เอเดลไวส์" พรรณไม้งามที่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้ มูลนิธิโครงการหลวงทำการศึกษาวิจัยและทดลองปลูกจนสามารถขยายพันธุ์ และปลูกเลี้ยงได้สำเร็จในประเทศไทย ณ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ ซึ่งเปรียบเสมือน "ราชินีดอกไม้แห่งเทือกเขาแอลป์" สัญลักษณ์ "ดอกไม้แห่งรักแท้" เป็นดอกไม้ขนาดเล็กมีสีขาวนวล ผิวสัมผัสนุ่มราวหิมะ ขึ้นเป็นช่อรูปดาวมีใบประดับสีขาวล้อมรอบดอกย่อยสีเหลืองตรงกลาง แม้จะเด็ดดอกลงมาจากต้นแล้ว รูปร่างของดอกจะยังคงสภาพเดิมไม่เปลี่ยนแปลงหรือเหี่ยวเฉา เป็นความงดงามที่แข็งแกร่ง สื่อถึงความรักแท้ที่มั่นคงและความงามที่บริสุทธิ์ มาเป็นแนวคิดในการสร้างสรรค์การแสดงเฉลิมพระเกียรติฯ โดยร้อยเรียงบอกเล่าผ่านการแสดงจากกลีบดอกเอเดลไวส์ แบ่งเป็น 5 องก์ คือ องก์ที่ 1 "บทเพลงเริงสราญ" ถ่ายทอดบทเพลงจากละครเพลงบรอดเวย์ระดับโลก บรรเลงดนตรีโดยวงเฉลิมราชย์ ควบคุมวงโดย นายวิรัช อยู่ถาวร (ศิลปินแห่งชาติ) ขับร้องโดย นายธงไชย แมคอินไตย์ (ศิลปินแห่งชาติ) ร่วมกับ ศิลปินอีกหลายท่าน และนักแสดงนาฏลีลา ถ่ายทอดเรื่องราวแห่งความรัก ความหวัง ความผูกพัน และความงดงามของชีวิตผ่านบทเพลงและนาฏลีลา, องก์ที่ 2 "ขับขานความทรงจำ" บทเพลงจากละคร ภาพยนตร์ และบทเพลงร่วมสมัยที่อยู่ในความประทับใจของชาวไทย สะท้อนเรื่องราวแห่งความรัก ความเสียสละ วิถีชีวิต และความผูกพันของผู้คนในสังคมไทย ถ่ายทอดโดย 3 ศิลปินแห่งชาติ ร่วมกับศิลปินอีกหลายท่าน และนักแสดงโขนศาลาเฉลิมกรุง

องก์ที่ 3 "เลิศล้ำปรีชาญาณ" การแสดงศิลปะท้องถิ่นหนังตะลุงและโนรา เพื่อสนองพระราโชบายของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในการอนุรักษ์ สืบสาน และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของไทย นำมาผูกร้อยเรียงเรื่องราวพระราชกรณียกิจ อาทิ ด้านการบิน การทหาร ศิลปวัฒนธรรม กีฬา และด้านสังคม ถ่ายทอดผ่านตัวละครผู้ถูกปลุกจากผืนหนังตะลุงมามีชีวิต แสดงโดย : 7 นางเอกหนังตะลุง จากวิทยาลัยนาฏศิลปพัทลุง, องก์ที่ 4 "สืบสานพัสตราภรณ์ไทย" ถ่ายทอดพระราชปณิธานในการอนุรักษ์และส่งเสริมผ้าไทย ตลอดจนงานหัตถศิลป์อันเป็นมรดกภูมิปัญญาของชาติ ผ่านนาฏศิลป์ไทยร่วมสมัยที่สะท้อนกระบวนการผลิตผ้าไทยจากต้นทางสู่ผืนผ้าอันวิจิตรงดงาม และองก์ที่ 5 "Edelweiss รักแท้แด่ปวงชน" ถ่ายทอดความจงรักภักดีและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ผ่านการขับร้องประสานเสียงโดยคณะนักร้องประสานเสียงเยาวชนไทย Thai Youth Choir (TYC) และศิลปินนักร้อง ปิดท้ายด้วยบทเพลง “ยิ่งนานก็ยิ่งรัก” อันสะท้อนความรัก ความผูกพัน และความปลาบปลื้มใจของพสกนิกรที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

หลังจบการแสดง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานช่อดอกไม้แก่ผู้แทนคณะผู้จัดงานและคณะนักแสดง ประกอบด้วย นางสาวสุวรรณดี จักราวรวุธ ผู้กำกับการแสดง, นายสุธีศักดิ์ ภักดีเทวา (ศิลปินแห่งชาติ) ผู้กำกับลีลา, นายวิรัช อยู่ถาวร (ศิลปินแห่งชาติ) ผู้ควบคุมวงดนตรี, นายสุประวัติ ปัทมสูต (ศิลปินแห่งชาติ) ผู้แทนนักแสดง, นายธงไชย แมคอินไตย์ (ศิลปินแห่งชาติ) ผู้แทนนักร้อง และนางนฤมล ล้อมทอง ผู้อำนวยการแสดง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานกำเนิด โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุงขึ้น ในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 150 ปี เมื่อปี 2476 เพื่อให้ราษฎรได้รับความสุขความบันเทิงด้วยการแสดงทางวัฒนธรรมและการฉายภาพยนตร์ โดยมีบริษัท สหศีนิมา จำกัด รับสนองพระบรมราโชบายในการบริหารจัดการ จนในปี 2544 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ มาทอดพระเนตรภาพยนตร์เรื่อง สุริโยไท นับเป็นการเสด็จพระราชดำเนินครั้งประวัติศาสตร์ที่สะท้อนให้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อวงการศิลปวัฒนธรรมไทย และโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง ต่อมาปี 2548 บริษัทฯ ได้สนองพระราชปณิธาน โดยจัดแสดงโขนและนาฏศิลป์ไทย จวบจนปัจจุบัน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด โดยพระราชทานการแสดงทางวัฒนธรรม เพื่อรักษามรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่ โดยในปี 2568 ในโอกาสโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง ครบ 92 ปี พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ บูรณะ ปรับปรุงอาคาร และ ภูมิทัศน์โดยรอบ ส่งผลให้มีความสง่างามสมความเป็นโรงมหรสพหลวงแห่งแรกของประเทศ เป็นสถาบันแห่งการแสดงศิลปวัฒนธรรมและเป็นโบราณสถานที่สำคัญของชาติ

ข่าวอื่นในหมวด