เบื้องหลัง สำรวจคนจน

View icon 24
วันที่ 9 มิ.ย. 2569 | 07.01 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชนหลายจังหวัด ลงพื้นที่สำรวจ ยืนยันสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้แก่กลุ่มเปราะบาง พบผู้จน ผู้พิการตกสำรวจจำนวนมาก

นางสวาท อ่อนมาก ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้านหนองโรง อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี พร้อมทีมงานขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปสำรวจ ยืนยันสิทธิให้กับผู้พิการ ผู้สูงอายุ ทั้งกลุ่มใหม่และผู้ที่ตกหล่น เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ

เนื่องจากภาพรวมโครงการที่ผ่านมา ถูกวิจารณ์ว่า คนจนจริง ไม่ได้รับสิทธิ แต่คนที่ได้กลับเป็นคนที่อยากจน ทีมข่าวร่วมลงพื้นที่ไปสังเกตการณ์ เจอผู้สูงอายุ ป่วยติดเตียง ผู้พิการ อยู่อาศัยด้วยความลำบาก ไม่มีสมาร์ตโฟน เจ้าหน้าที่ก็ช่วยลงทะเบียนให้

ผู้ที่ตกหล่นหลายคนก็อยู่บ้านลำพัง อาศัยเบี้ยผู้พิการ เบี้ยผู้สูงอายุยังชีพ เมื่อรัฐบาลประกาศจะคัดกรองใหม่ บอกว่า รู้สึกดีใจ อยากได้รับสิทธิ เพื่อนำเงินมาซื้อของกิน

ผู้ใหญ่บ้าน บอกว่า ขี่รถจักรยานยนต์ไปสอบถามทุกบ้าน เข้าไปช่วยตรวจสอบสิทธิให้ทั้งคนใหม่ ว่าลงทะเบียนยืนยันกันถูกต้องไหม ส่วนผู้ตกหล่น เข้าเงื่อนไข ก็ช่วยลงทะเบียนให้ วันที่ 11 มิถุนายน ก็จะทำประชาคม หาคนรับรอง ก่อนจะส่งชื่อให้กระทรวงการคลังพิจารณาต่อไป

ไปต่อที่จังหวัดพิษณุโลก นายพัชรพล มั่นปาน นายอำเภอเมืองพิษณุโลก พร้อมคณะ เดินทางไปพบ ยายน้อย คงครุต พิการตาบอด 1 ข้าง อาศัยลำพังในบ้านทรุดโทรม ฝาพนังบ้านมุงด้วยสังกะสี มีเพียงที่นอนเก่า ๆ พัดลม 1 ตัว ทีวีรุ่นเก่าใช้การไม่ได้

ยายน้อย ฐานะยากจน แต่ที่ผ่านมาไม่ได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่อยู่ในรายชื่อผู้ตกหล่น ผู้ใหญ่บ้านจึงทำบันทึกประสงค์เข้าร่วมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังสอบถามข้อมูลพื้นฐานว่า เป็นผู้ที่มีรายได้ไม่เกินกว่า 40,000 บาทต่อปี หรือครอบครัวมีรายได้รวมมากกว่า 100,000 บาทต่อปีหรือไม่ นายอำเภอยังได้มอบถุงยังชีพให้แก่ ยายน้อย และผู้ยากจนรายอื่น ๆ อีกด้วย

สำหรับจังหวัดพิษณุโลก มีผู้ตกหล่น 4,388 คน สำรวจเสร็จสิ้นไปแล้ว 1,088 คน หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ทุกครัวเรือน สำรวจผู้เสียชีวิต แต่รายชื่อยังไม่ถูกตัดออก เพื่อไม่ให้มีผู้ตกหล่น คาดว่าจะสำเร็จภายในวันที่ 17 มิถุนายนนี้

ไปต่อกันที่จังหวัดบุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปพบ ยายเพ็ญ ปรีชากูล อายุ 91 ปี ชาวบ้านในตำบลปะคำ อำเภอปะคำ ด้วยวัยชรา ยายหูตาเริ่มฝ้าฟาง เดินเหินไม่สะดวกด้วยสังขารที่ร่วงโรย แต่คุณยายยังต้องดูแลลูก 4 คน ซึ่งเป็นผู้พิการ แขน-ขาลีบ นอนติดเตียงไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ลูกทั้ง 4 คน ได้รับสิทธิเบี้ยผู้พิการ และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

แต่คุณยายเพ็ญ บอกว่า ได้แค่เบี้ยผู้ชรา ไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ผ่านมา ยายพยายามลงทะเบียน 2 ครั้ง แต่คุณสมบัติไม่ผ่าน เนื่องจากเคยมีเงินบริจาคช่วยเหลือจากผู้ใจบุญเข้าบัญชียายหลักแสนบาท

ทั้งที่เงินดังกล่าวยายใช้กินอยู่ เลี้ยงลูกพิการทั้ง 4 คน จนเงินเกือบจะหมดแล้ว จึงอยากให้รัฐพิจารณาให้ได้รับสิทธิ เพราะยายไม่สามารถไปทำงานได้ ต้องอาศัยแค่เงินช่วยเหลือจากรัฐเท่านั้น

ส่วนที่จังหวัดมหาสารคาม นางสาวสุวิมล พวงกิจจา ปลัดอำเภอฯ เรียกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชนตำบลโคกก่อ ประชุมรับฟังแนวทางดำเนินการลงทะเบียนให้กับกลุ่มตกหล่น นำข้อมูลผู้ที่เคยลงทะเบียนปี 65 เป็นกลุ่มเป้าหมาย และกลุ่มที่ไม่เคยมีชื่อในระบบ ให้ผู้นำชุมชนไปไปช่วยลงทะเบียนยืนยันสิทธิ สำหรับตำบลโคกก่อ มีผู้ตกหล่น 138 คน

หลังได้ข้อมูล ผู้ใหญ่บ้านโคกก่อ ขี่รถจักรยานยนต์เดินทางไปลงทะเบียนกลุ่มเป้าหมายทันที นางสาวจันทร ไชยสันต์ อายุ 71 ปี อาศัยเบี้ยผู้สูงอายุ เดือนละ 700 บาท เมื่อผู้ใหญ่บ้านมาช่วยลงทะเบียนให้ถึงที่ รู้สึกดีใจ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง บอกว่า เคยขอลงทะเบียนบัตรสวัสดิการฯ แต่ไม่เคยได้รับ ทั้งที่ไม่มีเงิน มีที่นา 2-3 ไร่ จึงรู้สึกมีความหวัง หากได้รับสิทธิจะได้เงินเพิ่มอีก 300 บาท จะได้เอาไว้ซื้อของกินของใช้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง