วิธีลงทะเบียน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รายใหม่ กลุ่มตกหล่น

วิธีลงทะเบียน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รายใหม่ กลุ่มตกหล่น

View icon 1.2K
วันที่ 9 มิ.ย. 2569 | 11.01 น.
เกาะกระแสออนไลน์
แชร์
วิธีลงทะเบียน "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569" รายใหม่ กลุ่มตกหล่น เช็กสิทธิ-ยื่นขอรับสิทธิด้วยตนเอง

ประชาชนที่ไม่เคยมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาก่อน และมีรายชื่ออยู่ในกลุ่มตกหล่นตามฐานข้อมูลภาครัฐ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ได้ด้วยตนเอง ผ่าน https://web-app.bora.dopa.go.th/welfare/login โดยใช้แอปพลิเคชัน ThaiD สำหรับยืนยันตัวตน

การเปิดลงทะเบียนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ซึ่งมีเป้าหมายช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง เพื่อลดภาระค่าครองชีพและส่งเสริมคุณภาพชีวิตอย่างทั่วถึง

ตรวจสอบสิทธิลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม และประชาชนกลุ่มตกหล่นหรือกลุ่มชายขอบที่ปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐ

ผู้ที่ต้องการตรวจสอบว่ามีสิทธิลงทะเบียนหรือไม่ สามารถเข้าเว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th  หรือ https://welfare.mof.go.th จากนั้นกรอกหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิลงทะเบียน

วิธีลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 รายใหม่

สำหรับผู้ที่ไม่เคยมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และตรวจสอบแล้วพบว่า มีสิทธิลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 และมีรายชื่ออยู่ใน “กลุ่มตกหล่น” ตามฐานข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ของกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) หรือระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ (MSO-LOGBOOK) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 แต่ยังไม่ได้กดยืนยัน “ขอรับสิทธิด้วยตนเอง”

สามารถดำเนินการได้ดังนี้

1.ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์

ให้เข้าสู่ระบบลงทะเบียนด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ ผ่านเว็บไซต์ https://web-app.bora.dopa.go.th/welfare/login จากนั้นทำตามขั้นตอนที่กำหนดเพื่อยืนยันสิทธิและกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน

2.กรณีผู้ตกหล่น/ไม่ได้ลงทะเบียน

กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา จะมีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกในการรับลงทะเบียนและจัดเก็บข้อมูลผู้ตกสำรวจสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ก่อนส่งข้อมูลให้กระทรวงการคลังตรวจสอบคุณสมบัติต่อไป 

3.ช่องทางช่วยเหลือเพิ่มเติม

สำหรับผู้ที่ไม่มีรายชื่อเป็นผู้มีสิทธิลงทะเบียน สามารถขอรับคำแนะนำหรือเข้าถึงสวัสดิการอื่นของรัฐได้ผ่านกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สายด่วน พม. โทร. 1300

6a27a00e851529.40410503.jpg

เช็กสถานะลงทะเบียนหลังยื่นคำขอ

ผู้ที่ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว แม้จะกรอกหมายเลขโทรศัพท์ผิด ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนใหม่ หากสถานะในระบบแสดงข้อความว่า "ยืนยันลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว" ถือว่าการลงทะเบียนเสร็จสมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม หากระบบแสดงข้อความว่า "ข้อมูลตามบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง" ผู้ลงทะเบียนสามารถเริ่มกระบวนการลงทะเบียนใหม่ได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องดำเนินการผ่านช่องทางเดิม

กรณีได้รับสิทธิ ต้องทำอะไรต่อ

ผู้ได้รับสิทธิสามารถดำเนินการยืนยันตัวตน (e-KYC) ได้ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ถึงวันที่ 12 มกราคม 2570

สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม ไม่จำเป็นต้องยืนยันตัวตนใหม่ ขณะที่ผู้ได้รับสิทธิรายใหม่ทุกคนจะต้องยืนยันตัวตนผ่านแอปฯ เป๋าตัง หรือที่หน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย , ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) , ธนาคารออมสิน , ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

กรณีมอบอำนาจ

หากมีการมอบอำนาจดำเนินการแทน ทั้งผู้มีสิทธิรายเดิมและรายใหม่จะต้องเข้ายืนยันตัวตนที่หน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารด้วยตนเอง

เริ่มใช้สิทธิได้เมื่อไร

ผู้ที่ผ่านการยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว จะสามารถเริ่มใช้สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

ส่วนกรณีที่ได้รับสิทธิภายหลังจากการอุทธรณ์ จะเริ่มใช้สิทธิได้ตามเงื่อนไขที่ภาครัฐกำหนด ซึ่งรองรับการใช้สิทธิผ่านระบบอุทธรณ์ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

กรณีไม่ได้รับสิทธิ สามารถอุทธรณ์ได้

ผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ตั้งแต่วันที่ 17-31 กรกฎาคม 2569 ผ่านแอปฯ เป๋าตัง แอปฯ ทางรัฐ เว็บไซต์โครงการ และหน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารทั้ง 5 แห่ง นอกจากนี้ ยังสามารถแก้ไขหรือส่งเอกสารเพิ่มเติมได้จนถึงวันที่ 16 สิงหาคม 2569

วันประกาศผลอุทธรณ์ผลการอุทธรณ์จะประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 กันยายน 2569 โดยสามารถตรวจสอบผลได้ผ่านเว็บไซต์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แอปฯ เป๋าตัง แอปฯ ทางรัฐ และหน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารที่เข้าร่วมโครงการทุกแห่ง

ข้อมูลจาก กรมการปกครอง และกระทรวงการคลัง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง