ภราดร ยัน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐคงสิทธิจนกว่าจะจบอุทธรณ์ สิ้น ก.ย.นี้ เผย คลังจ่อไล่เช็กบิลสวมสิทธิ-บัญชีม้า ย้ำไม่มีการตั้งเป้าตัวเลขผู้ควรได้รับสิทธิ รัฐจัดสรรเงินดูแลได้
วันนี้ (24 ก.ค.69) นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยถึงกรณีที่กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ ครม.ปรับเพิ่ม 3 เงื่อนไขบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อาทิ เกณฑ์ครอบครองรถยนต์และรถจักรยานยนต์ และกลุ่มนักศึกษานอกระบบ ว่า เป็นการคงไว้จนกว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการอุทธรณ์ หากใครได้รับสิทธิไหนก็จะยังคงได้รับสิทธินั้นต่อไป และจะคงสิทธิไว้จนถึงสิ้นเดือน ก.ย. โดยกลุ่มที่คัดกรองใหม่มีถึง 80 % ที่รับโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” อยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ยอดผู้ที่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตอนนี้มีถึงกว่า 9 ล้านคน หากทบทวนใหม่จะมีจำนวนเท่าไร นายภราดร ระบุว่า ตนยังไม่รู้ตัวเลข ต้องรอผลการอุทธรณ์ก่อนว่ามีจำนวนมากน้อยเพียงใด ยืนยันว่ารัฐบาลจะดูแลผู้ที่สมควรได้รับการดูแล หรือ เป็นคนจนจริง ที่ต้องได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ส่วนผู้ที่นำชื่อคนจนไปสวมสิทธิ ไม่ว่าจะนำชื่อไปเป็นกรรมการบริษัท ทำบัญชีม้า หรือนำไปใช้ลดหย่อนภาษีในฐานะลูกจ้าง เรื่องนี้หลังกระทรวงการคลังดำเนินการตรวจสอบหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ เสร็จสิ้น ก็จะดำเนินการตรวจสอบในกลุ่มที่สวมสิทธิเหล่านี้ต่อไป
เมื่อถามว่า ตัวเลขผู้ได้รับสิทธิจะถึงยอดเดิมกว่า 13 ล้านสิทธิหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ไม่ได้มีการประเมินหรือวางเป้าไว้ ขึ้นอยู่กับผลการอุทธรณ์ โดยนายกรัฐมนตรีเคยย้ำว่าในเรื่องจำนวนผู้ที่ได้รับสิทธิไม่ใช่เรื่องใหญ่ รวมถึงตัวเงินก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ รัฐบาลสามารถจัดสรรเงินมาดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบจริงๆ ได้ แต่ที่มีกระบวนการทบทวน เพราะได้รับการร้องเรียนว่ามีผู้ที่ไม่ควรได้รับสิทธิจริงแต่กลับได้รับสิทธิตรงนี้ หรือบางคนไม่เคยได้รับสิทธิทั้งที่ควรได้รับ วันนี้ก็มีการตรวจสอบ ฉะนั้น จึงอยากให้ความเป็นธรรม ซึ่งได้ยอดเพิ่มกลับมาถึง 2.3 ล้านคน จึงเป็นเหตุผลที่มีการสำรวจใหม่ทั้งหมด
ส่วนจะมีการเปิดเผยรายชื่อกลุ่มบุคคลที่สวมสิทธิหรือไม่ เพราะขณะนี้เกิดความสับสนเนื่องจากคนที่ควรได้รับสิทธิได้ร้องเรียน แต่บุคคลที่มีปัญหารัฐก็ยังไม่ได้ดำเนินการอะไร นายภราดร ย้ำว่า ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงการอุทธรณ์ ซึ่งกระทรวงการคลังจะมีการไล่เช็กบิลทีหลัง เช่น คนที่นำชื่อไปลดหย่อนภาษีก็จะโดนไล่เช็กภาษีย้อนหลัง
เมื่อถามว่า เมื่อเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลก็มีการทบทวนใหม่เรื่อย ๆ และจะไปสิ้นสุดเมื่อไร นายภราดร ย้ำว่า นี่เป็นการอัปเดตข้อมูลมากกว่า เช่น เรื่องการถือครองรถ เพราะคนที่ถูกระบบแจ้งว่าไม่ผ่านเกณฑ์ เพราะมีรถอยู่ 2 คันทั้งที่จริงรถเขาเป็นรถเก่า หรือไม่ได้ใช้งานแล้ว เพราะปัญหาของระบบประเทศนี้คือไม่ได้มีการอัปเดตข้อมูล จึงถือเป็นโอกาสรีวิวข้อมูลของประเทศ