วิโรจน์-เฉลิมพงศ์ ลุยร้อง ป.ป.ช.-กกต. สอบปมแช็ตไลน์ สั่ง ช่วยน้ำเงินด้วย

วิโรจน์-เฉลิมพงศ์ ลุยร้อง ป.ป.ช.-กกต. สอบปมแช็ตไลน์ สั่ง ช่วยน้ำเงินด้วย

View icon 40
วันที่ 9 มิ.ย. 2569 | 14.21 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วิโรจน์-เฉลิมพงศ์ บุก ป.ป.ช.-กกต. ร้องสอบปมแช็ตไลน์ สั่ง “ช่วยน้ำเงินด้วย” ส่อละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ท้าเปิดแช็ตปลัด 77 จังหวัด 

วันนี้ (9 พ.ค.69) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน และ นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต เขต 2 พรรคประชาชน ยื่นหนังสือต่อเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอให้ตรวจสอบกรณีอธิบดีกรมการปกครองสั่งการทางไลน์ให้ "ช่วยน้ำเงินด้วย"

นายวิโรจน์ ระบุว่า เรื่องนี้มีนัยสำคัญแน่นอนและต้องพิสูจน์ในระบบดิจิทัลว่ามีการพิมพ์ข้อความจริงหรือไม่ จากการติดตามการชี้แจงของอธิบดีกรมการปกครอง มักยกประเด็นเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ข้อมูลในแช็ตดังกล่าวผิดพลาด ซึ่งสาระสำคัญที่แท้จริงคือ อธิบดีกรมการปกครองพิมพ์ไลน์คุยกับข้าราชการในบังคับบัญชาของตนจริงหรือไม่ ปรากฏข้อความว่า "ช่วยน้ำเงินด้วย" จริงหรือไม่ คำนี้ในช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมาไม่ต้องตีความว่าหมายถึงให้ช่วยพรรคการเมืองใด ถือเป็นความผิดทางกฎหมายอย่างชัดเจน การเป็นข้าราชการจะต้องมีความเป็นกลางทางการเมือง ไม่ฝักใฝ่ หรือใช้อำนาจรัฐเอื้อผลประโยชน์ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งได้ผลประโยชน์จากการเลือกตั้ง หรือการใช้อำนาจรัฐเพื่อเอื้อให้ฝ่ายการเมืองใดฝ่ายการเมืองหนึ่ง

ขณะที่ นายเฉลิมพงศ์ เปิดเผยว่า ในฐานะ สส. พื้นที่จังหวัดภูเก็ต ช่วงเลือกตั้งที่ผ่านมาสัมผัสได้ถึงระบอบสีน้ำเงินและการสั่งการเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่ระดับรองผู้ว่าราชการจังหวัด จนถึงระดับอธิบดีกรมการปกครองที่ส่งไลน์สั่งการให้ปลัดจังหวัดภูเก็ตและปลัดป้องกันอำเภอถลาง ให้ช่วยผู้สมัคร สส.พรรคภูมิใจไทย แสดงให้เห็นว่ามีการสั่งการเป็นขั้นตอนและเป็นระบบระบอบสีน้ำเงินในช่วงการเลือกตั้ง

การเดินทางมาร้องในวันนี้ เรียกร้องความเป็นกลางของข้าราชการการเมือง โดยดำเนินคดีเอาผิดกับอธิบดีกรมการปกครอง ในการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 172 ของกฎหมาย ป.ป.ช. ซึ่งชี้ให้เห็นชัดว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาไม่มีความโปร่งใส หากข้าราชการคนใดไม่ทำงานตามที่สั่งก็จะถูกกลั่นแกล้ง โยกย้าย เพราะทำงานไม่ตอบสนองระบอบสีน้ำเงิน จึงขอความเป็นธรรมให้กับข้าราชการผู้น้อยที่ถูกบีบบังคับ ทำให้เห็นว่าระบอบดังกล่าวเป็นปัญหาและกัดกินประเทศไทย  ส่วนตัวเชื่อว่าหากมีการเปิดแช็ตไลน์ของปลัดทั้ง 77 จังหวัด ก็จะทราบว่ามีการสั่งการจริงหรือไม่ และแช็ตไลน์ที่มีการพูดคุยกันเป็นของจริงหรือไม่ เพราะสามารถตรวจเบอร์โทรศัพท์ที่ผูกกับไอดีไลน์ได้ รวมถึงแช็ตหลักก็สามารถใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลได้

สำหรับหลักฐานที่นำมายื่น นายเฉลิมพงศ์ ระบุว่า เป็นแช็ตไลน์ที่ให้ตรวจสอบเรียกรับสินบนจากอาวุธปืนที่จัดฉากให้ถูกย้ายออกจากพื้นที่ รวมถึงก่อนหน้านี้ที่รองผู้ว่าฯ ซึ่งเคยเป็นปลัดจังหวัดโกงเงิน อส.สูญหายไปกว่า 3 ล้านบาท และยังอยู่ในพื้นที่ได้ตามปกติโดยไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน จึงอยากฝากไปถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เหตุใดยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีนี้ ทั้งที่เคยสั่งการให้ข้าราชการวางตัวเป็นกลางและเก็บความรู้สึกไว้เป็นเบื้องหลัง

ด้านนายวิโรจน์ กล่าวเสริมว่า นายเฉลิมพงศ์ได้มีการตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ที่ผูกกับไลน์ไอดีและพบเบอร์โทรศัพท์แล้ว ส่วนจะเป็นเบอร์ของใครต้องไปตรวจสอบว่าลงทะเบียนในชื่อของใคร ก่อนหน้านี้อธิบดีกรมกรมการปกครองก็อ้างว่าไลน์เป็นสาธารณะ ส่วนตัวรู้สึกตกใจว่าไลน์ที่ใช้สื่อสารกันเป็นสาธารณะได้หรือไม่ มองว่าอธิบดีกรมการปกครองก็สามารถถามได้ว่าใครเป็นผู้พิมพ์ข้อความดังกล่าว เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้มาก่อน เพราะข้อความในแช็ตไลน์จะผูกกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกเครื่องที่เชื่อมอยู่

ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลเรื่องการดึงคดีให้ล่าช้าหรือไม่ นายวิโรจน์ ย้ำว่า ไม่ได้กังวลผลการพิสูจน์ปลายทาง เพราะเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์สามารถตรวจสอบได้ทั้งหมดผ่านเบอร์โทรศัพท์ที่ผูกกับไลน์ไอดีและการลงทะเบียน หากประสานตำรวจไซเบอร์หรือบริษัทไลน์ประเทศไทย ใช้เวลาเพียงแค่สองวันก็สามารถตรวจสอบได้เลย แต่สิ่งที่กังวลคือความล่าช้าในกระบวนการตั้งอนุกรรมการไต่สวนตามระบบราชการที่ตรวจสอบกันเองและมีการดึงคดีให้ช้าลง แต่จะช้าหรือเร็วความจริงก็ต้องปรากฏ หากกระทำความผิดก็มีคุกตารางมารอตรงหน้าอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีควรใช้ความกล้าหาญในการตัดสินใจพิจารณาโยกย้ายอธิบดีฯ ไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนสอบสวนก่อน ไม่ควรปล่อยให้ทำงานต่อ ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เงียบแน่

ด้านนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ ในฐานะที่เป็นทนายความให้กับปลัดจังหวัดภูเก็ต ระบุว่าได้ดำเนินการฟ้องอธิบดีกรมการปกครอง เป็นคดีอาญาที่ศาลอาญาคดีทุจริตภาค 8 สองข้อกล่าวหาฐานความผิดละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และการนำข้อมูลเกี่ยวกับหลักฐานมาเปิดเผย เรื่องนี้ตนร้องต่อสภาฯ แล้ว โดยวันที่ 11 มิ.ย.นี้ เรื่องจะถูกนำเข้าสู่กรรมาธิการฯ ส่วนตัวหวังว่าหากอธิบดีฯ เป็นคนบริสุทธิ์จริงตามที่พูด ก็ขอให้เดินเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบโดยไม่ต้องรอให้ ป.ป.ช. เรียก

จากนั้น นายวิโรจน์ ได้เดินทางมาที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบ แช็ตไลน์ดังกล่าว ว่าเป็นความจริงหรือไม่ เพราะหากจริง นั่นหมายความว่า อธิบดีกรมการปกครอง แทรกแซงกระบวนการเลือกตั้ง และยังทำให้เกิดการตั้งข้อสังเกตตามมาว่า กรณีที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดเฉพาะเพียงแค่จังหวัดภูเก็ตเท่านั้น อาจเป็นข้อความที่ถูกส่งไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ

นายวิโรจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่าหลักฐานที่นำมามาให้วันนี้ อาจจะช่วยกู้คะแนนประเมินให้นายแสวงก็เป็นได้ อาจจะทำให้ได้คะแนนเพิ่ม หลักฐานวันนี้ที่นำมาจะเป็นการ “เซฟแสวง” หากตั้งใจตรวจสอบเรื่องนี้คะแนนประเมินก็จะเพิ่มขึ้น พวกตนตั้งใจมาเพื่อเซฟนายแสวง หาผลงานให้ 

หากทำได้สำเร็จคะแนนประเมินจากประชาชนผ่าน แต่คะแนนประเมินจาก กกต. ไม่ผ่าน นั่นหมายความว่า “หัวหน้านายแสวง เป็นสีน้ำเงิน ไม่จริงมั้ง”