เช้านี้ที่หมอชิต - ประเด็นร้อนเกี่ยวกับกรณีการทุจริตเครื่องออกกำลังกายของกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตั้งแต่ปี 2567
"สส.แบงค์ ศุภณัฐ มีนชัยนันท์" ของพรรคประชาชน ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย เจ้าหน้าที่รวม 32 คน แต่ในจำนวนนี้ 20 คนไม่มีความผิด ส่วนอีก 12 คนผิดวินัยร้ายแรง แต่ได้รับโทษปรับเพียง 600 บาท หลังจากนั้นทั้ง "อดีตผู้ว่าฯ ชัชชาติ" และ "อดีตรองผู้ว่าฯ ทวิดา" ได้ออกมาชี้แจงว่า "ยังไม่มีข้อยุติอย่างเป็นทางการ"
ล่าสุดเมื่อวาน (9 มิ.ย.) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และคณะ ชี้แจงในประเด็นนี้อีกครั้ง ยืนยันว่าคดียังไม่สิ้นสุด และไม่ใช่ "รอดยกแก๊ง" ตามที่เป็นข่าว ตอนนี้ยังมี 3 กระบวนการที่ต้องดำเนินการ คือ การสอบวินัยของ กทม. ซึ่งคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพ สั่งให้ทบทวนผลการลงโทษแล้ว ส่วนการเรียกค่าเสียหายทางละเมิดยังไม่สิ้นสุด และกระบวนการสุดท้าย คือ การตรวจสอบของ ป.ป.ช.
ส่วนกรณีบทลงโทษข้าราชการที่เกี่ยวข้องว่าน้อยเกินไปนั้น ตัดเงินเดือน 2 เปอร์เซ็นต์ หรือ 600 บาท นายชัชชาติฯ ยืนยันว่า ไม่เคยเห็นชอบกรณีดังกล่าว และได้ให้ไปสอบสวนเพิ่มเติม
ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาถูกโจมตีประเด็นต่าง ๆ ทำให้เสียสมาธิในการนำเสนอนโยบายช่วงเลือกตั้งหรือไม่ นายชัชชาติ บอกว่าหากมีประเด็นจะพยายามชี้แจงให้หมด แต่ย้ำว่ารับไม่ได้กับเรื่องทุจริต
ด้าน นางสาวทวิดา อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงว่าการตัดเงินเดือนที่เกิดขึ้น เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนราชการ เมื่อมีผลสอบสวนเสนอขึ้นมา ผู้มีอำนาจต้องสั่งลงโทษไปก่อน แต่ไม่ได้หมายความว่าคดีสิ้นสุดแล้ว เพราะเรื่องขึ้นสู่คณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งคณะกรรมการฯ เห็นว่ายังมีข้อเท็จจริงที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้สอบสวนใหม่
หากการสอบสวนเพิ่มเติมแล้วพบหลักฐาน หรือข้อเท็จจริงใหม่ คณะกรรมการฯ ก็มีอำนาจกำหนดโทษที่สูงขึ้นได้ ตั้งแต่ลดขั้นเงินเดือน ไปจนถึงปลดออก หรือไล่ออก