จับตาความเคลื่อนไหวกัมพูชา

View icon 17
วันที่ 10 มิ.ย. 2569 | 07.06 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - เมื่อวาน มีข่าวว่าผู้ช่วยทูตทหารจีน ยอมรับกับผู้แทนกระทรวงกลาโหมไทยว่า ส่งรถถัง T59D ให้กัมพูชา 39 คัน จาก 93 คัน โดยอธิบายว่าเป็นโครงการช่วยเหลือทุกปีอยู่แล้ว แต่สุดท้าย โฆษกกระทรวงกลาโหม ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว

โดยเมื่อวานมีข่าวว่า ผู้ช่วยทูตทหารจีนประจำประเทศไทย ได้เดินทางเข้าพบผู้แทนกระทรวงกลาโหม โดยไม่ได้มีการนัดหมายล่วงหน้า เพื่อพูดคุยในหลายประเด็นเกี่ยวกับความร่วมมือด้านทหาร พร้อมทั้งระบุถึงกรณี จีนส่งรถถัง T59D ให้กัมพูชา จำนวน 39 คัน ซึ่งเป็นล็อตแรก จากทั้งหมดจำนวน 93 คัน ซึ่งเป็นการช่วยเหลือตามโครงการความร่วมมือทางทหารในทุกปี

และรถถัง T- 59D ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ส่งมอบให้ประเทศกัมพูชาครั้งนี้ ได้มีการปรับปรุงและพัฒนาขนาดปืนใหญ่รถถัง จากขนาด 100 มม. เป็นขนาด 105 มม. และกล้องมองภาพความร้อน ทำให้สามารถมองเห็นเป้าหมายในเวลากลางคืน และระบบป้องกันตัวของรถถัง เพื่อสกัดกั้นภัยคุกคาม เช่น จรวดต่อต้านรถถัง หรือขีปนาวุธนำวิถี

กรณีดังกล่าว พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม ได้ออกมาปฏิเสธกระแสข่าว ว่าไม่มีรายงานว่ามีผู้ช่วยทูตทหารจีนคนใด เข้ามาในกระทรวงกลาโหม เนื่องจากว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บังคับบัญชาระดับหัวหน้าหน่วย ติดภารกิจอยู่ต่างประเทศ ดังนั้นข่าวดังกล่าวจึงไม่น่าเป็นไปได้

แต่เรื่องข้อมูล ข่าวการถ่ายโอนรถถังจีนให้แก่กัมพูชานั้น ได้เคยมีผู้แทนสำนักงานผู้ช่วยทูตทหารจีน ประสานและแจ้งให้ฝ่ายไทย (กห.) ทราบเรื่องดังกล่าวก่อนหน้านี้แล้ว โดยการจัดหารถถังของฝ่ายกัมพูชานี้ อยู่ภายใต้โครงการจัดหาฯ ของกัมพูชา ก่อนเหตุการณ์การปะทะ

ซึ่งกรณีดังกล่าว ทางกองทัพได้ออกมาขอให้ประชาชนมั่นใจว่า กองทัพได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านกำลังพล ยุทโธปกรณ์ แผนเผชิญเหตุ และมาตรการรักษาความมั่นคงในพื้นที่ รับผิดชอบไว้อย่างเหมาะสม พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา

ปัจจุบัน ยังไม่ปรากฏสิ่งบ่งชี้ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนแต่อย่างใด จึงขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสาร จากแหล่งข้อมูลทางราชการที่เชื่อถือได้ และหลีกเลี่ยงการส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อน และความตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็น

ซึ่งปัจจุบัน กองทัพได้ติดตามและเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านระบบข่าวกรอง และการประเมินสถานการณ์ในทุกมิติ

ส่วนที่ชายแดนไทยกัมพูชา ด้านจังหวัดสระแก้ว ซึ่งฝั่งกัมพูชาได้ทำการใช้รถขนดินมาถมปิดประตูบนถนน ตรงด่านเขาดิน พนมได ทำเป็นบังเกอร์ ตรงข้ามกับสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา พื้นที่ตำบลคลองหาด อำเภอคลองหาด โดยมีภาพถ่ายยืนยันจากเจ้าหน้าที่ ฉก.คลองหาด พบว่าทางกัมพูชาได้มีการถมดิน และสร้างบังเกอร์ บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดินจริง แต่เป็นการสร้างในพื้นที่ฝั่งกัมพูชา

ซึ่งทหารหน่วยเคลื่อนที่เร็ว หมวดทหารยานเกราะที่ 1 ได้รายงานว่า หลังจากเมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา ทางฝั่งกัมพูชาได้มีการรื้อถอนเอาบังเกอร์ดังกล่าวออกไปแล้ว แต่ว่าทหารได้ปิดกั้นพื้นที่ ผู้สื่อข่าวจึงไม่สามารถเข้าไปบันทึกภาพและตรวสอบได้ มีเพียงภาพถ่ายที่ได้รับจากเจ้าหน้าที่เท่านั้น ซึ่งเมื่อวานนี้ จากภาพไลฟ์สดของกองกำลังบูรพา พบว่าฝั่งกัมพูชาก็ได้นำออกไปแล้วเช่นกัน

ส่วนที่จังหวัดสุรินทร์ ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หรือ EOD ได้เข้าตรวจสอบภายในสวนของชาวบ้าน บ้านโนนสวรรค์ หมู่ที่ 5 ตำบลโคกตะเคียน อำเภอกาบเชิง หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบวัตถุต้องสังสัย โดยหลังจากขุดลึกลงไปประมาณ 1 เมตร 70 เซนติเมตร พบจรวดแบบ BM-21 จึงได้ทำการทำลายทิ้งบริเวณจุดที่ตรวจพบ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง