ทำบุญเมืองสุรินทร์ อุทิศบุญกุศลทหารกล้า จ.สุรินทร์

View icon 18
วันที่ 24 ก.ค. 2569 | 10.44 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - จังหวัดสุรินทร์ มีการจัดพิธีทำบุญบวงสรวงอนุสาวรีย์ผู้สร้างเมืองสุรินทร์ ให้ปลอดภัย ไร้สงคราม ประชาชนอยู่ดีกินดี

ทำบุญเมืองสุรินทร์ อุทิศบุญกุศลทหารกล้า จ.สุรินทร์
นี่เป็นพิธีบวงสรวงและถวายเครื่องเซ่นไหว้ "อนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง" ผู้วางรากฐานสร้างเมืองสุรินทร์ โดยพราหมณ์ผู้ประกอบพิธี อ่านโองการบวงสรวง เพื่อสักการะพระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง และบูชาเทพยดา เทพารักษ์ ผู้ปกปักษ์รักษาเมืองสุรินทร์ เพื่อให้เมืองสุรินทร์ปลอดภัย ไร้สงคราม ประชาชนอยู่ดีมีสุข ค้าขายเจริญรุ่งเรือง ข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์ จากนั้นโปรยข้าวตอกดอกไม้ โดยมี นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานในพิธี

นอกจากนี้ ยังมีขบวนแห่และขบวนช้าง นางรำ รำถวายหน้าพระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง ด้วยความยิ่งใหญ่อีกด้วย ซึ่งเป็นพิธีที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี แต่ปีนี้มีการเพิ่มพิธีสวดทักษิณานุปทาน เพื่ออุทิศให้บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ และทหารกล้าผู้ล่วงลับจากเหตุปะทะไทย-กัมพูชา เนื่องในวันครบรอบเหตุการณ์ 1 ปี อีกด้วย

ปู่ "น้องน้ำโขง" ฝังใจเจ็บ กัมพูชายิง BM-21 จ.สุรินทร์
เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยังคงฝังใจครอบครัวของผู้สูญเสีย แม้ว่าเวลาจะผ่านมาร่วม 1 ปี เหมือนกับ นายสุธีร์ บุญแต่ง อายุ 61 ปี ปู่ของน้องน้ำโขง หรือเด็กชายธิติวัฒน์ บุญแต่ง อายุ 8 ขวบ ที่เสียชีวิตพร้อมกับน ายบัณฑิต อุ่นจิต อายุ 32 ปี จากจรวด BM-21 ตกใส่บ้านในอำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์

ปู่ของน้องน้ำโขง กล่าวว่า เหตุการณ์ที่ทำให้หลายชายเสียชีวิต ยังอยู่ในความรู้สึก และลืมเลือนได้ยาก จากครอบครัวเล็ก ๆ ที่อบอุ่น พอเกิดเหตุการณ์ขึ้น โดยไม่ได้รับรู้ล่วงหน้าและตั้งตัวมาก่อน สิ่งที่ทำได้คือ ทำใจ แต่ไม่ให้อภัยฝ่ายกัมพูชา อยากให้ผู้นำออกมารับผิดชอบกับสิ่งที่ทำกับคนไทย

จากนั้น ปู่ของน้องน้ำโขง พาผู้สื่อข่าวเดินดูสภาพบ้านที่พังเสียหาย และจุดที่จรวดตก โดยเฉพาะประตูหน้าต่างบ้านที่ยังมีร่องรอยพังเสียหายอยู่ให้เห็น ซึ่งสาเหตุที่ยังไม่ซ่อมแซม เพราะทำใจไม่ได้ จึงเก็บสภาพความเสียหายไว้บางส่วนเพื่อดูต่างหน้า และคอยเตือนใจถึงความโหดร้ายของกัมพูชา พร้อมกับยุ้งฉางข้าวที่พังเสียหาย และยังไม่ได้ซ่อมแซม และชิ้นส่วนเศษซากเหล็กของจรวด BM-21 ที่ฉีกเสียหาย ซึ่งยังคงหลงเหลืออยู่ในยุ้งฉางข้าวเช่นกัน

หวาดผวาทุกครั้ง ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิด จ.บุรีรัมย์
ไม่ต่างอะไรกับ นางสาวทองใส ศรีเพชร อายุ 44 ปี ชาวบ้านโคกงิ้ว ตำบลบ้านกรวด อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ เจ้าของบ้านที่ถูกลูกจรวด BM-21 ของกัมพูชา ที่ยิงมาตกใส่หลังคาบ้านเป็นรูขนาดใหญ่ และลูกจรวดยังเข้าไปฝังอยู่ใต้พื้นปูนกลางบ้าน ลึกอีกกว่า 40 เซนติเมตร

ซึ่งลูกจรวดดังกล่าวตกใส่บ้าน ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ซึ่งเป็นวันที่ไทย-กัมพูชา ปะทะกันวันแรก ยังจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ดี ทำให้เก็บกู้ไม่ได้ ต้องทำลายบ้านทิ้งทั้งหลัง แล้วสร้างใหม่ ถึงแม้จะเวลาผ่านมานานเกือบ 1 ปี แล้วก็ตาม ยอมรับว่ายังคงหวาดผวาทุกครั้งที่ได้ยินเสียงดังคล้ายคลื่นเสียงระเบิด หรือแม้กระทั่งเสียงฟ้าร้องในฤดูฝน

1 ปี ชาวบ้านยังผวา จ.อุบลราชธานี
อีกครอบครัวหนึ่งที่จังหวัดอุบลราชธานี นายอ่อนสี โจรสา อายุ 71 ปี ชาวบ้านกุดเชียงมุน ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ เมื่อวิถีกระสุนจรวดหลายลำกล้อง BM-21 พุ่งตกใส่บ้านพักอย่างไม่ทันตั้งตัว ในวันที่กำลังเตรียมตัวอพยพ

สภาพที่เกิดเหตุจากแรงระเบิดอันรุนแรงในวันนั้น ทิ้งร่องรอยความเสียหายไว้อย่างชัดเจน โดยพบหลุมระเบิดกว้าง 1 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ประมาณ 50 เซนติเมตร ตัวบ้านฉีกกระจายจากแรงระเบิด กำแพงและผนังบ้านข้างเคียง เต็มไปด้วยรูจากสะเก็ดระเบิดจำนวนมาก รวมถึงฝ้าหลังคาที่เสียหาย และปัจจุบันยังไม่ได้ทำการซ่อมแซม

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ นางฮุ่ง โจรสา อายุ 70 ปี ซึ่งเป็นแม่เลี้ยง เสียชีวิตคาที่ทันที ขณะที่ นายปอด โจรสา ผู้เป็นพ่อ ได้รับบาดเจ็บสาหัส และต้องกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ก่อนจะทนพิษบาดแผลไม่ไหว และเสียชีวิตตามไปในอีก 8 เดือน นับเป็นการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักถึง 2 ชีวิตภายในครอบครัว

แม้เวลาจะล่วงเลยมาครบ 1 ปีแล้ว แต่บาดแผลทางจิตใจ และภาพความรุนแรงในวันเกิดเหตุ ยังคงฝังติดตา และสร้างความหวาดระแวงให้แก่ผู้รอดชีวิตอย่างไม่เสื่อมคลาย
 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง