ห้องข่าวภาคเที่ยง - ปฏิบัติการตรวจสอบแบบปูพรม พื้นที่เสี่ยงจะเกิดการทุจริตบนเกาะพะงัน ของสำนักงาน ป.ป.ช. และจังหวัดสุราษฎร์ธานี นอกจากการลักลอบขุดดินขาย รุกพื้นที่ป่า เเละเปิดเนิร์สเซอรี รับเลี้ยงเด็กเกินจำนวน ยังมีอีกจุดหนึ่งที่พบการสุ่มเสี่ยง คือ รีสอร์ตรุกลำ้พื้นที่รกร้าง ซึ่งเจ้าของยืนยันว่า ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย ติดตามรายละเอียดจาก คอลัมน์หมายเลข 7
คอลัมน์หมายเลข 7 ลงพื้นที่ไปพร้อมกับสำนักงาน ป.ป.ช. และฝ่ายปกครองจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำโดยรองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 8 ตรวจสอบรีสอร์ตแห่งหนึ่ง พื้นที่หาดโฉลกหลำ บนเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลเพชรพะงัน ถูกร้องเรียนว่าบุกรุกพื้นที่รกร้างว่างเปล่า เจ้าของรีสอร์ตแห่งนี้ ออกมาเเสดงตัว ยืนยันพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ
โดยอ้างว่า ที่ดินผืนนี้เป็นมรดกตกทอดมาจากรุ่นปู่ ซื้อ-ขายกันมาตั้งแต่ในอดีต แต่ปัจจุบัน น.ส.3 สูญหายไป แม้จะยื่นเรื่องร้องเรียน แต่เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินอ้างว่า ดำเนินการออกให้ใหม่ไม่ได้ เพราะไม่มี สค.1 มาแสดง
คอลัมน์หมายเลข 7 ตรวจสอบพบว่า น.ส.3 ที่เจ้าของรีสอร์ตอ้างว่าเป็นที่ดินมรดก ความจริงแล้วไม่มีเลขที่มาขอจดทะเบียนรับมรดก ตามหนังสือที่ สฎ 1620 ซึ่งทำถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในขณะนั้น เมื่อเดือนสิงหาคม 2542
โดยรายละเอียดในหนังสือ บางช่วงบางตอนระบุว่า มีการนำ น.ส.3 ไม่มีเลขที่ของบิดา ไปขอรับมรดก อำเภอตรวจสอบแล้วเห็นว่า ที่ดินแปลงนี้อยู่ในหลักเกณฑ์ที่ออก น.ส.3 ได้ แต่เหตุที่ไม่มีเลขที่ เป็นเพราะความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ จึงได้ส่งเรื่องหรือแนวปฏิบัติในกรณีนี้ ไปยังจังหวัดและกรมที่ดิน
ต่อมา จังหวัดแจ้งให้ทราบตามหนังสือกรมที่ดินแต่เพียงว่า กรณี ส.ค. 1 สูญหาย เป็นเพียงข้อสันนิษฐาน และไม่มีหลักฐานตรวจสอบได้ จึงให้ถือปฏิบัติตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย คือ เมื่อไม่มี ส.ค.1 มาแสดง ก็ไม่สามารถนำ น.ส.3 แปลงนี้ต่อเลขในทะเบียน ส.ค.1 ได้
อีกทั้งกรมที่ดินมีความเห็นว่า น.ส.3 ไม่มีเลขที่แปลงนี้ ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ต้องดำเนินการเพิกถอนตามหนังสือที่อ้างถึงนั้น
อำเภอได้พิจารณาเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว เห็นว่า ข้อเท็จจริง จังหวัดได้มีความเห็นเช่นเดียวกับทางอำเภอตามหลักฐานเอกสารการตรวจสอบของอำเภอแล้ว แต่เมื่อกรมที่ดินมีความเห็นไปอีกอย่างหนึ่ง จนถึงขั้นให้เพิกถอนนั้น
อำเภอจึงขอความกรุณาจังหวัด ได้ทบทวนความเห็นของอำเภอเพื่อพิจารณาอีกครั้ง ว่า ส.ค.1 ที่ไม่อาจนำมาเเสดงได้ ข้อเท็จจริงไม่ใช่เป็นความผิดของเจ้าของที่ดิน เพราะเมื่อออก น.ส. 3 ส.ค.1 ฉบับนี้ก็ได้นำมาเก็บไว้ในสารบบของสำนักงานที่ดินอำเภอเกาะสมุย ครั้นมีการย้ายสำนักงานเเละมีการทำลายเอกสารไม่จำเป็น ส.ค.1 พร้อมสารบบต่าง ๆ จึงสูญหายหรือถูกทำลายทิ้งไปเเล้ว
เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้ข้อเสนอแนะว่า กรณีที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ เป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่า ซึ่งไม่ใช่ที่สาธารณะ จะอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของท้องถิ่น ดังนั้น หากผู้ประกอบการจะขอใช้ ต้องขออนุญาตจากท้องถิ่น ในฐานะผู้จัดหาผลประโยชน์
ลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหา โดยต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้เเล้วเสร็จ ภายใน 30 วัน นำเสนอไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งกรณีของรีสอร์ตแห่งนี้ มีอุปสรรคตรงเป็นพื้นที่ถูกครอบครองมาแล้ว ทั้งที่เป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่า ฉะนั้นต้องย้อนกลับไปตรวจสอบยังจุดเริ่มต้น พิสูจน์การได้มาของสิทธิครอบครอง แต่ปัญหาสำคัญ คือ เจ้าของไม่มีเอกสารหลักฐานมายืนยัน