เช้านี้ที่หมอชิต - ตำรวจจับแล้ว ชาย-หญิงชาวต่างชาตินำร่างทารกไปทิ้งใต้ต้นจามจุรี เบื้องต้นยังปากแข็ง ไม่ให้ความร่วมมือในการสอบสวน
ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี ไล่เช็คภาพวงจรปิดเพิ่มเติม เพื่อหาเบาะแสผู้ที่นำทารกไปทิ้งใต้ต้นจามจุรี ภายในซอยจันทร์เจริญสุข เขตเทศบาลนครอุดรธานี พบภาพหลักฐาน ชายชาวต่างชาติ และหญิงผิวสี อุ้มทารกห่อด้วยผ้า เดินมาจากร้านเนื้อย่าง ข้ามสะพานไปทางถนนหลังวัดทิพย์สันติวัน มุ่งหน้านำทารกไปทิ้งที่ต้นจามจุรี จากนั้นเดินหนีไป ไม่ได้ย้อนกลับมาทางเดิม
ขณะเดียวกัน ตำรวจ สภ.เมืองหนองคาย ได้ประสานมาแจ้งเบาะแสเพิ่มเติม ว่าเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ชาย-หญิงชาวต่างชาติ ได้อุ้มทารกเพศหญิงมาทำพิธีบางอย่างในร้านกาแฟ จนเมื่อช่วงบ่ายโมง ตำรวจได้เข้าจับกุม หญิงสัญชาติอเมริกัน อายุ 29 ปี และหนุ่มสัญชาติสวีเดน อายุ 39 ปี ภายในโรงแรมชุมชนหนองบัว เขตเทศบาลนครอุดรธานี ตรวจหนังสือเดินทางพบว่า อยู่ในราชอาณาจักรไทยตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569
ฝ่ายหญิงร้องไห้โวยวายปฏิเสธ ไม่ยอมรับว่าทิ้งทารก เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สถานีตำรวจท่องเที่ยวอุดรธานี พร้อมได้นำหลักฐานไปขอศาลฯ ออกหมายจับทั้ง 2 คน ในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ทอดทิ้งเด็ก เป็นเหตุทำให้เด็กถึงแก่ความตาย
ระหว่างที่ทั้ง 2 คน ถูกคุมตัวอยู่ในห้องสอบสวนกลับนั่งสวดคาถา เสียงดังลั่น เมื่อล่ามได้นำหมายศาลฯ มาอ่านให้ฟัง ผู้ต้องหาปฏิเสธโวยวาย ฝ่ายชายขัดขืนไม่ให้ตำรวจคุมตัวไปดำเนินคดีที่ สภ.เมืองอุดรธานี จนต้องมีการหิ้วปีกคุมตัวขึ้นรถ
เมื่อเดินทางไปถึง สภ.เมืองอุดรธานี ก่อนจะสอบสวน ผู้ต้องหา ขอเวลาสวดคาถา ไม่ทราบว่าเป็นการสวดของศาสนา หรือลัทธิใด สร้างความงุนงง ให้กับตำรวจเป็นอย่างมาก จากการสอบสวนผ่านล่าม ก็ยังท่องคาถาเป็นระยะ ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ พูดเบี่ยงแบนตลอดเวลา
ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน เดินทางเข้าประเทศไทยผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในฐานะนักท่องเที่ยว เมื่อวันที่ 1 มกราคม จากนั้นอยู่ต่อเกินกฎหมายกำหนด ตำรวจสอบสวนพบว่าฝ่ายหญิงคลอดลูกเองที่จังหวัดหนองคาย ได้ประมาณ 2 สัปดาห์ ก่อนจะถูกนำมาทิ้งที่ จังหวัดอุดรธานี ยังไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง เพราะทั้ง 2 คน ไม่ยอมให้ความร่วมมือในการสอบสวน