วันนี้ (12 มิ.ย. 69) นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่า กทม. เบอร์ 10 พรรคประชาชน ได้เดินทางไปที่ชุมชนวัดสุทธาราม พร้อมกับ เนอส ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ผู้สมัคร ส.ก. เขตบางซื่อ เบอร์ 4 และ ภัสริน รามวงศ์ สส.กทม. เขต 7 พรรคประชาชน เพื่อรับฟังปัญหาและเสียงสะท้อนจากประชาชนที่ใช้สิทธิบัตรทองในพื้นที่
โดยนายชัยวัฒน์กล่าวว่า แม้ว่ากรุงเทพมหานครจะมีทรัพยากรด้านสาธารณสุขมากกว่าหลายพื้นที่ของประเทศ แต่คนกรุงเทพฯ จำนวนไม่น้อยกลับยังเจออุปสรรคในการเข้าถึงการรักษา หนึ่งในปัญหาที่ได้ยินบ่อยที่สุดก็คือเรื่อง ใบส่งตัว ของผู้ใช้สิทธิบัตรทอง
ตนได้รับฟังปัญหาจากประชาชนอยู่เป็นประจำ หลายคนต้องเสียเวลาเป็นวันกว่าจะได้เข้ารับการรักษา โดยวันแรกต้องใช้เวลาไปกับการรอให้หน่วยบริการปฐมภูมิหรือคลินิกอบอุ่นในการออกใบส่งตัวให้
จากนั้นจึงต้องนัดไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลในอีกวันหนึ่ง ทำให้คนป่วยต้องเสียทั้งเวลา เสียรายได้ และบางครั้งอาการก็อาจทรุดลงระหว่างที่รอ
นายชัยวัฒน์กล่าวต่อว่าการออกใบส่งตัวใช้เวลานานเนื่องจากคลินิกอบอุ่นที่มีหน้าที่ดูแลผู้ใช้สิทธิบัตรทองกว่า 3.5 ล้านคนในกรุงเทพฯ กำลังกลายเป็นคอขวดของระบบ ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องรอคิวเพื่อขอใบส่งตัวก่อนจะเข้าถึงการรักษาได้
นอกจากนี้ ปัญหายังมาจากการออกแบบระบบที่ไม่เอื้อต่อการให้บริการ เพราะยิ่งคลินิกออกใบส่งตัวมากเท่าไร ก็ยิ่งมีภาระต้นทุนมากขึ้นเท่านั้น ขณะเดียวกัน ระบบบัตรทองในกรุงเทพฯ ยังมีหลายหน่วยงานเกี่ยวข้อง แต่กลับไม่มีเจ้าภาพหลักที่รับผิดชอบดูแลสุขภาพของคนกรุงเทพฯ อย่างชัดเจน
สำหรับพรรคประชาชน การเข้าถึงบริการสุขภาพเป็นเรื่องพื้นฐานสำคัญที่คนกรุงเทพฯ ทุกคนจะต้องเข้าถึงได้ง่าย หากตนได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สิ่งแรกที่ตนจะทำคือเสนอขอเพิ่มโควตาผู้ใช้สิทธิบัตรทองที่รับบริการผ่านศูนย์บริการสาธารณสุขของ กทม. จาก 800,000 คน เป็น 1 ล้านคน
พร้อมเพิ่มงบประมาณ ทรัพยากร และบุคลากรทางการแพทย์ควบคู่กันไป เพื่อไม่ให้ภาระตกอยู่กับเจ้าหน้าที่ และเพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงมากขึ้น
นอกจากนี้พรรคประชาชนเสนอให้โรงพยาบาลแม่ข่ายในกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการระบบบัตรทอง ทำงานร่วมกับศูนย์บริการสาธารณสุขและหน่วยบริการปฐมภูมิอย่างใกล้ชิด
โดยใช้งบรายหัวที่ สปสช. จัดสรรให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน พร้อมปรับระบบการจ่ายเงินให้คลินิกอบอุ่นมีรายได้เพียงพอในการดูแลผู้ป่วย ไม่ต้องขาดทุนจากการออกใบส่งตัว ซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถเริ่มดำเนินการได้ทันทีผ่านโรงพยาบาลในสังกัด กทม. ที่ปัจจุบันดูแลประชาชนสิทธิบัตรทองอยู่แล้วกว่า 1.3 ล้านคน
นายชัยวัฒน์กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า การทำให้กรุงเทพเป็นเมืองที่แคร์คนไม่สามารถทำได้หากไม่เกิดการแก้ไขปัญหาจากต้นตอซึ่งต้องอาศัยเจตจำนงและแนวทางการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
วันนี้ พรรคประชาชนมีทั้งทีม สส. ในสภาที่ผลักดันประเด็นสาธารณสุขให้กับคนทั้งประเทศ มีทีมผู้สมัคร ส.ก. ที่วันนี้สามารถเป็นตัวแทนที่เข้าใจปัญหาการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ยากลำบากของคนในแต่ละพื้นที่ เรามีทีมบริหาร กทม.ประชาชน ที่ออกแบบนโยบายตอบสนองการใช้บริการสาธารณสุขของคนกรุงเทพ และตนพร้อมจะเป็นผู้ว่าประชาชนที่มีเจตจำนงทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ใช้ชีวิตง่ายกว่าที่ผ่านมา