นบข. ไฟเขียว 2 มาตรการ 5 โครงการ บริหารจัดการข้าวเปลือก 11.5 ล้านตัน วงเงินจ่ายขาดกว่า 1 หมื่นล้านบาท รักษาเสถียรภาพราคา-เพิ่มมูลค่าข้าวไทย ช่วยชาวนาอย่างยั่งยืน
วันนี้ (12 มิ.ย.69) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล
นางศุภจี กล่าวว่า ที่ประชุมได้รับทราบสถานการณ์ข้าวโลกปีการผลิต 2569/2570 ซึ่งมีแนวโน้มตึงตัวมากขึ้น โดยผลผลิตข้าวโลกคาดว่าจะลดลงร้อยละ 1 เหลือ 537.82 ล้านตันข้าวสาร ขณะที่การบริโภคและการค้าโลกเพิ่มขึ้น ส่งผลให้สต็อกข้าวโลกปรับลดลง ขณะที่ประเทศไทยมีแนวโน้มผลผลิตข้าวนาปรังและข้าวนาปีลดลง จากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและความเสี่ยงด้านสภาพอากาศ อย่างไรก็ตาม ความกังวลด้านความมั่นคงทางอาหารและผลกระทบจากภัยแล้งในหลายประเทศ อาจเป็นโอกาสให้ไทยขยายการส่งออกข้าวได้เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์น้ำ ปัจจัยการผลิต และตลาดโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาสมดุลด้านผลผลิต คุณภาพ และเสถียรภาพราคาข้าวของประเทศ
นางศุภจี กล่าวว่า เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกและดูแลรายได้ของเกษตรกร ที่ประชุมได้พิจารณามาตรการช่วยเหลืออย่างรอบด้าน ทั้งการดูดซับผลผลิต การเสริมสภาพคล่อง และการเพิ่มมูลค่าข้าวไทย รวมถึงข้อเสนอของเกษตรกร โดยที่ประชุม นบข. มีมติเห็นชอบ 2 มาตรการ 5 โครงการ เป้าหมายบริหารจัดการข้าวเปลือกรวม 11.5 ล้านตัน กรอบวงเงินจ่ายขาดรวม 10,192.58 ล้านบาท เพื่อดูดซับผลผลิต รักษาเสถียรภาพราคาข้าว และยกระดับคุณภาพข้าวไทยตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยมาตรการแรก คือ มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2569/70 วงเงินจ่ายขาด 8,428.58 ล้านบาท และมาตรการระยะยาวปรับปรุงโครงสร้างการผลิตภายใต้แนวคิด “ข้าวไทยสู่เศรษฐกิจอนาคต” ประกอบด้วย
1)โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2569/70 วงเงินจ่ายขาด 7,208.33 ล้านบาท เป้าหมาย 3 ล้านตันข้าวเปลือก โดยภาครัฐสนับสนุนค่าฝากเก็บในอัตรา 1,500 บาทต่อตัน เพื่อชะลอการระบายผลผลิตออกสู่ตลาด
2) โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2569/70 วงเงินจ่ายขาด 656.25 ล้านบาท เป้าหมาย 1.5 ล้านตันข้าวเปลือก
3) โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก ปีการผลิต 2569/70 วงเงินจ่ายขาด 564 ล้านบาท เป้าหมาย 4 ล้านตันข้าวเปลือก ซึ่งจะช่วยดูดซับผลผลิตออกจากตลาด ลดแรงกดดันด้านราคา และช่วยรักษาเสถียรภาพรายได้ของชาวนา
4) โครงการดูดซับข้าวเปลือก ปีการผลิต 2569/70 วงเงินจ่ายขาด 1,680 ล้านบาท เป้าหมาย 3 ล้านตันข้าวเปลือก เพื่อบริหารจัดการข้าวส่วนเกิน รักษาสมดุลอุปทานในตลาด และเชื่อมโยงการนำข้าวไปแปรรูปเป็นข้าวสารบรรจุถุงจำหน่ายให้กับหน่วยงานที่มีความต้องการใช้จริง อาทิ กรมราชทัณฑ์ หน่วยงานกองทัพ และหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ
5) โครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตข้าวคุณภาพสูงเพื่อเพิ่มมูลค่า (ข้าวประณีต ระยะที่ 2) วงเงินจ่ายขาด 84 ล้านบาท จำนวน 266 กลุ่ม เพื่อส่งเสริมการผลิตข้าวคุณภาพสูง เพิ่มมูลค่าผลผลิตของเกษตรกร สร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในระยะยาว
ทั้งนี้ มาตรการทั้งหมดจะช่วยรักษาเสถียรภาพราคาข้าว ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ข้าวไทยตลอดห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบขยายกรอบวงเงินโครงการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีและส่งเสริมการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ ปีการผลิต 2568/69 หรือมาตรการสนับสนุนไร่ละ 1,000 บาท โดยขยายกรอบวงเงินจากเดิม 37,906.20 ล้านบาท เป็น 39,753.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,846.96 ล้านบาท เพื่อรองรับการจ่ายเงินช่วยเหลือแก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวไว้แล้วแต่ยังไม่ได้รับสิทธิ์ ให้ได้รับการสนับสนุนอย่างทั่วถึงและครบถ้วนตามเป้าหมายของโครงการ และให้กรมการข้าว ดำเนินโครงการส่งเสริมการปรับเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว อย่างต่อเนื่อง เพราะสามารถช่วยยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตให้กับชาวนา และพิจารณาแนวทางการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ข้าว
ทั้งนี้ที่ประชุม นบข. มอบหมายให้นำข้อเรียกร้องต่างๆ ของเกษตรกร ไปหารือในคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ด้านการผลิต ที่มีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน พิจารณารายละเอียดของแต่ละมาตรการต่อไป