รวบหนุ่มแอฟริกาใต้คาสนามบิน เดินทางมาจากมาเลเซีย หวังใช้ไทยเป็นทางผ่าน ซุกเฮโรอีน 17.5 กิโลกรัม ไปมาดากัสการ์
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรจึงได้ยกระดับมาตรการเชิงรุก เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบผู้โดยสารและสัมภาระอย่างละเอียดในทุกช่องทาง ทั้งท่าอากาศยาน ด่านชายแดน และระบบพัสดุไปรษณีย์ทั่วประเทศ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 กรมศุลกากร โดยกองสืบสวนและปราบปราม ร่วมกับชุดปฏิบัติการสกัดกั้นยาเสพติดผ่านท่าอากาศยาน (Airport Interdiction Task Force : AITF) ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลและตรวจพบผู้โดยสารที่มีความเสี่ยงลักลอบขนยาเสพติด เดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ สหพันธรัฐมาเลเซีย และเปลี่ยนเครื่องที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก่อนเดินทางต่อไปยังกรุงแอดดิสอาบาบา สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเอธิโอเปีย และปลายทางท่าอากาศยานนานาชาติอิวาโต สาธารณรัฐมาดากัสการ์ และได้บูรณาการปฏิบัติการโดยแบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุด ชุดแรกเข้าตรวจสอบสัมภาระโหลดภายในอาคารขนถ่ายสัมภาระผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่อง (Transfer Baggage Terminal)
หลังภาพเอกซเรย์แสดงความผิดปกติของกระเป๋าสัมภาระ จึงแจ้งให้ชุดติดตามตัวผู้โดยสารเชิญตัวผู้โดยสารพร้อมสัมภาระมาเปิดตรวจโดยละเอียดบริเวณประตูทางออกขึ้นเครื่อง
จากการตรวจค้นพบถุงกาแฟ ถุงชาเขียว และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลายยี่ห้อ ใช้อำพรางยาเสพติด ภายในซุกซ่อนถุงพลาสติกบรรจุผงสีขาวจับตัวเป็นก้อน เมื่อนำมาตรวจสอบด้วยน้ำยาเคมี ONCB051 Marquis Reagent ผลปรากฏว่าสารดังกล่าวเปลี่ยนเป็นสีม่วง ยืนยันว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดเฮโรอีน น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้ม 17,530 กรัม หรือ 17.53 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 7.3 ล้านบาท พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลติดตามเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการทั้งในและต่างประเทศต่อไป
การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดในกรณี "นำยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เฮโรอีน) เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต" อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และประมวลกฎหมายยาเสพติด ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป