เจาะประเด็นข่าว 7HD - หนึ่งในเส้นทางขบวนพระศพ ที่ต้องเคลื่อนผ่าน คือถนนศรีอยุธยา ซึ่งต้องผ่านทั้งอุทยานเฉลิมพระเกียรติ ร.9 และวัดเบญจมบพิตร ทั้ง 2 สถานที่นี้ มีคุณค่าทั้งเชิงสัญลักษณ์ และต่อจิตใจ จึงไม่แปลกที่จะมีประชาชนมารอน้อมส่งเสด็จตลอดสองข้างทาง
บรรยากาศสองข้างทาง บนถนนศรีอยุธยา ยาวไปถึงถนนราชดำเนิน มีประชาชนหลายคนมาจับจองพื้นที่บนทางเท้า เพื่อร่วมน้อมส่งเสด็จขบวนเคลื่อนพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สู่พระบรมมหาราชวัง
หลายคนตั้งใจที่จะมาร่วมส่งพระองค์ บอกความในใจผ่านทีมข่าว 7HD ว่ายังรู้สึกเสียใจ และยังทำใจไม่ได้ เพราะตั้งแต่ที่พระองค์ประชวร ก็ยังตั้งความหวังว่าพระองค์จะหายประชวรกลับมาเป็นมิ่งขวัญแก่ชนปวงชนชาวไทยเหมือนเคย แต่สิ่งที่หวังก็ไม่ได้เป็นจริง
นอกจากนี้ยังมีประชาชนบอกเล่าความประทับใจต่อพระองค์หลายเรื่อง ทั้งเรื่องพระอัจฉริยภาพเกี่ยวกับด้านกฎหมาย การที่พระองค์ไม่เคยถือพระองค์ มีความน่ารัก และมีเสน่ห์เป็นที่รักของคนไทย หากพระองค์รับรู้ ก็อยากจะบอกพระองค์ว่า ขอให้พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย และจะนำพระดำริและปณิธานของพระองค์ในการทำดีต่อสังคมไปปฏิบัติตาม
สำหรับเส้นทางเคลื่อนพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ฯ จากอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา ภายในพระบรมมหาราชวัง สถานที่ประดิษฐานพระศพ
สำนักพระราชวัง แจ้งว่า ขบวนจะเคลื่อนออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนอังรีดูนังต์ เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนพระรามที่ 4 มุ่งหน้าแยกสามย่าน ต่อเนื่องถนนพญาไท และเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนศรีอยุธยา ผ่านวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ก่อนจะผ่านไปตามเส้นทาง ถนนราชดำเนิน ถนนหน้าพระลาน และเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง ทางประตูวิเศษไชยศรี ระยะทางรวม 10 กิโลเมตร
"พระที่นั่งพิมานรัตยา" เป็นพระที่นั่งก่ออิฐถือปูน ทาสีขาว ยกพื้นสูง มีเสาลอยรับหลังคาโดยรอบ เชื่อมต่อกับพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาททางทิศใต้ โดยในปีพุทธศักราช 2332 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 เกิดเหตุฟ้าผ่าบริเวณหน้ามุขเด็จ "พระที่นั่งอมรินทราภิเษกมหาปราสาท" จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รื้อถอนซากอาคาร และก่อสร้างพระมหาปราสาทขึ้นใหม่ และก่อสร้างพระที่นั่งด้านหลังองค์พระมหาปราสาท พระราชทานนามว่า "พระที่นั่งพิมานรัตยา"
เมื่อ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 เสด็จสวรรคต มีการประกอบพระราชพิธีสรงพระบรมศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา แห่งนี้ และนับแต่นั้นเป็นต้นมา จึงถูกใช้เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีสรงพระบรมศพและพระศพของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ สืบต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม แม้พระที่นั่งพิมานรัตยาจะมีบทบาทสำคัญในพระราชพิธีเกี่ยวกับพระบรมศพและพระศพมาโดยตลอด แต่ไม่เคยปรากฏการณ์ใช้เป็นสถานที่ "ประดิษฐานพระศพ" ของพระบรมวงศานุวงศ์พระองค์ใดมาก่อน
กระทั่งในการประกอบพระราชพิธีเกี่ยวกับพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้มีการประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ภายหลังพระราชพิธีสรงพระศพ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของพระที่นั่งแห่งนี้ที่ถูกใช้เป็นสถานที่ประดิษฐานพระศพเจ้านาย อันถือเป็นหน้าสำคัญอีกหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์ราชสำนักไทยและประวัติศาสตร์ของพระที่นั่งพิมานรัตยา