ห้องข่าวภาคเที่ยง สุดสัปดาห์ - เช้าตรู่วันนี้ (14 มิ.ย.) เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนจ่อยิงวินรถจักรยานยนต์ ย่านห้วยขวาง เสียชีวิตทันที 1 คน บาดเจ็บ 2 คน
เสียงปืนดังรัว นับได้ประมาณ 18 นัด ชาวบ้านในที่เกิดเหตุต่างกรีดร้องและวิ่งหนีเอาชีวิตรอด หลังชายชุดดำใช้อาวุธปืนจ่อยิงกลุ่มวินรถจักรยานยนต์ บริเวณปากซอยประชาสงเคราะห์ 38 แขวงและดินแดง กรุงเทพฯ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 2 คน เหตุเกิดเช้าตรู่ วันนี้ เวลา 02.48 น.
พยานในที่เกิดเหตุ บอกว่า เห็นชายชุดดำเดินมาพูดคุยกับกลุ่มวินรถจักรยานยนต์ ก่อนมีปากเสียง โดยวินรถจักรยานยนต์คนหนึ่งใช้เท้าถีบผู้ก่อเหตุล้มลงไปที่พื้น ระหว่างนั้น วินรถจักรยานยนต์ อีกคนแทรกตัววิ่งมาจากด้านหลัง พยายามเข้ามาเตะ 1 ครั้ง แต่ผู้ก่อเหตุหลบทัน ก่อนวิ่งถอยไปตั้งหลัก และชักปืนยิงสวน
หลังเกิดเหตุคนร้ายก็เดินไปขึ้นรถสาธารณะแบบไม่เร่งรีบ ก่อนหลบหนีจากที่เกิดเหตุ เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 1 คน ทราบชื่อ คือ นายภูริต อายุ 37 ปี ถูกยิงบริเวณหน้าอก นอกจากนี้มีผู้บาดเจ็บ 2 คน คือ นายชรินทร์ อายุ 48 ปี ถูกยิงต้นขาขวา 1 นัด มือซ้าย 1 นัด และ นายเกียรติศักดิ์ อายุ 46 ปี ถูกยิงต้นขา 1 นัด
ด้านแฟนสาวของนายภูริต หลังทราบข่าวก็รีบตามมาหา แต่ไม่ทันได้ดูใจ เพราะผู้ตายทนพิษบาดแผนไม่ไหวเสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ เธอเล่าให้ฟังว่า เธอทำกับข้าวเตรียมไว้ รอให้ นายภูริต กลับมาทานพร้อมกันที่ห้อง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทาน
ส่วนผู้ก่อเหตุทราบว่าติดต่อขอเข้ามอบตัว ที่ สน.มักกะสัน ทราบชื่อ คือ สิบตำรวจตรี นำทัพ สังกัดตำรวจตระเวนชายแดน จากการซักถามเจ้าตัวรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองพาแฟนสาวไปทานอาหารที่ร้านข้าวต้ม ย่านห้วยขวาง
หลังส่งแฟนสาวขึ้นรถกลับบ้าน ตนเองก็เดินไปว่าจ้างวินรถจักรยานยนต์ไปส่งที่พัก ย่านมักกะสัน โดยวินฯ คิดค่าโดยสาร 120 บาท ตนเองต่อรองเหลือ 60 บาท จึงมีปากเสียงทะเลาะวิวาท บานปลายถึงขั้นยิงกันเสียชีวิต
มีข้อมูลจากญาติของ สิบตำรวจตรีนำทัพ บอกว่า เขาอยู่ระหว่างการรักษาสุขภาพจิต แต่จากเหตุที่เกิดขึ้นไม่น่าเกี่ยวกับสุขภาพจิต แต่เป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบจากการถูกรุมทำร้าย
ส่วนประเด็นการพกปืนนอกเวลาราชการ ต้องรอให้ผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงอีกครั้ง