นายกฯ เมินข้อทักท้วง เดินหน้า TH-AI Passport ชี้ ประชาชนรอใช้งาน AI ยัน  รัฐบาลนี้ไม่มีนอกมีใน

นายกฯ เมินข้อทักท้วง เดินหน้า TH-AI Passport ชี้ ประชาชนรอใช้งาน AI ยัน รัฐบาลนี้ไม่มีนอกมีใน

View icon 34
วันที่ 15 มิ.ย. 2569 | 18.21 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ลุยต่อ! “อนุทิน” เดินหน้า TH-AI Passport เมินฝ่ายค้านทักท้วง เผย กระทรวงอีดี แจงรายละเอียดโครงการแล้ว ประชาชนรอใช้งาน AI ยัน รัฐบาลนี้ไม่มีนอกมีใน ถ้าไม่ถูกต้องโครงการล้มเอง

วันนี้ (15 มิ.ย.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านท้วงติงโครงการ TH-AI Passport ว่า ประเทศไทยต้องเติบโตไปพร้อมกับโลกเทคโนโลยี AI หากวันนี้ใครเข้าไม่ถึง AI ก็จะกลายเป็นคนล้าหลังและไม่ทันโลก การดำรงชีวิตในปัจจุบันจำเป็นต้องอาศัยหลายปัจจัยประกอบกัน เพื่อให้สามารถแข่งขันและยืนอยู่บนเวทีโลกได้ ประเทศไทยมีความมั่นคงด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยีการสื่อสาร ซึ่งอยู่ในลำดับต้น ๆ ของโลก เรามีทั้งบุคลากรที่สามารถพัฒนาโปรแกรมเองได้ และผู้ที่สามารถพัฒนาระบบต่าง ๆ ได้เอง แทบไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ จึงต้องส่งต่อและกระจายการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงเหล่านี้ให้กับประชาชน

ส่วนที่ฝ่ายค้านไม่ได้ท้วงติงเรื่องแนวคิดของโครงการ แต่ท้วงติงเรื่อง TOR ที่อาจมีความเกี่ยวพันกับบุคคลในตระกูลชิดชอบ นายอนุทิน กล่าวว่า ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นผู้ดำเนินการ ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี เป็นผู้รับผิดชอบ และได้ชี้แจงรายละเอียดโครงการต่อสาธารณะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญคือ การดำเนินการอย่างสุจริต โปร่งใส และเป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด หากทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบก็ถือว่าผู้ดำเนินการได้ปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล จึงไม่มีปัญหาในเรื่องของผลงานหรือการประเมินผลการทำงาน

เมื่อถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่าโครงการนี้จะไม่มีนอกมีใน หรือไม่โปร่งใส นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่รู้จักคำว่า “มีนอกมีใน” มีแต่การทำงานเพื่อประชาชน คณะรัฐมนตรีเข้ามาทำงานโดยไม่สนใจเรื่องผลประโยชน์เหล่านั้น เพราะไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้นแต่อย่างใด ทุกวันนี้ตนก็ใช้ชีวิตตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรี ประชาชนทั่วไป หรือแม้แต่ในฐานะนายกรัฐมนตรี ชีวิตไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป จึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องเกรงใจหรือเกรงกลัวใครในการปราบปรามการทุจริต โดยเฉพาะในรัฐบาลที่ตนเป็นผู้นำ

เมื่อถามว่า พร้อมให้หน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาตรวจสอบหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทั้งตนเองและรัฐมนตรีทุกคนในรัฐบาลรังเกียจการทุจริตทุกรูปแบบ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง แต่รวมถึงการโยกย้าย การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และการกระทำผิดกฎหมายทุกประเภท หากมีการทุจริตจะต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ รัฐบาลของตนเพิ่งยึดทรัพย์สแกมเมอร์มูลค่ากว่า 40,000 ล้านบาท รวมทั้งสามารถยึดยาเสพติดได้มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ มีการเร่งปราบปรามและขยายผลไปยังเครือข่าย รวมถึงดำเนินคดีด้านการฟอกเงินอย่างจริงจัง สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว และไม่มีความกังวลต่ออิทธิพลใด ๆ แม้แต่คำว่าผู้มีอิทธิพลตนยังเปลี่ยนให้เรียกว่า อันธพาล เพื่อแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่ารัฐบาลถือว่าคนกลุ่มนี้เป็นศัตรูของสังคม

เมื่อถามว่า จะพูดคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือไม่ หลังหลายฝ่ายเรียกร้องให้มีการทบทวน TOR นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีความจำเป็น เพราะทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ หากไม่ถูกต้อง ระบบก็จะทำให้โครงการล้มไปเอง แต่หากเป็นไปตามกฎหมาย ระบบก็จะทำให้โครงการเดินหน้าต่อได้

เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่ายืนยันเดินหน้าโครงการต่อใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แน่นอน ประชาชนรอ AI อยู่ AI ต้องตอบสนองได้ทันที ไม่ใช่ตอบได้เพียงไม่กี่คำถามแล้วค่อย ๆ ช้าลง เวลาทำมาหากินเราไม่ได้ถามวันนี้แล้วรอคำตอบพรุ่งนี้ ถามวันนี้ก็ต้องได้คำตอบตั้งแต่เมื่อวาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง