ห้องข่าวภาคเที่ยง - คดีลักสายไฟ ที่ไม่ธรรมดา คดีนี้ก่อเหตุครั้งเดียว เอาสายไฟไปขายได้เงินมาถึง 900,000 บาท แถมแผนประทุษกรรมคนร้ายยิ่งแล้วใหญ่ โดยเฉพาะ "หัวหน้าแก๊ง" ฐานะไม่ธรรมดาลงทุนซื้อรถมาก่อเหตุ แล้วขายทิ้ง
วงจรปิดชิ้นนี้เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ ขณะที่ นายภราดร หรือ "นายตี๋" และพวกรวม 3 คน ลักลอบเข้ามาที่ลานจอดรถ จุดที่มีการก่อสร้างภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ย่านรามคำแหง แล้วสั่งการให้พรรคพวกงัดแงะเข้าไปขโมยตัดสายไฟ เอาขึ้นรถกระบะสีขาว ขับหลบหนีลอยนวล เหตุเกิดวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา
คดีนี้ตำรวจตามแกะรอยจับกุมไม่ง่าย เพราะคนร้ายวางแผนเตรียมการมาเป็นอย่างดี ขนาดจะเอาสายไฟไปขายที่ร้านรับซื้อของเก่า ในจังหวัดสมุทรปราการ ยังไม่มุ่งตรงไปขายที่ร้านทันที จะต้องขับอ้อมไปโผล่ที่จังหวัดชลบุรี และสระบุรี ก่อน เพื่ออำพรางเส้นทางหลบหนี ก่อนขับกลับมาขายที่ร้าน และเงินที่ได้จากการลักทรัพย์ ยังพยายามรับเป็นเงินสด เพื่ออำพรางเส้นทางการเงินด้วย
สอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ที่จับกุมตัวมาได้ รับว่าก่อเหตุมาไม่ต่ำกว่า 4-5 ครั้งแล้ว เป้าหมายแต่ละครั้งจะเป็นไซต์งานก่อสร้างขนาดใหญ่ หรือตามห้างสรรพสินค้า ในการลงมือแต่ละครั้ง จะมี นายตี๋ เป็นคนเลือกเป้าหมาย วางแผนในการลงมือ เริ่มจากการหาซื้อรถมือ 2 หลังก่อเหตุทุกอย่างเสร็จ ก็จะเอารถไปขายต่อ แล้วพอจะลงมือใหม่ ก็จะไปหาซื้อรถคันใหม่อีก อย่างครั้งล่าสุดนี้ได้เงินมา 970,000 บาท ก็นำมาแบ่งเป็น 4 ส่วน โดย "นายตี๋" จะได้ส่วนแบ่งเยอะกว่า เพราะต้องเอาเงินไปหาซื้อรถมาใช้ก่อเหตุ
และที่ต้องบอกว่าไม่ธรรมดา เพราะ นายตี๋ พักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านหรู มีรถสปอร์ต ใส่สร้อยทองคำ ใช้ชีวิตหรูหรา อาวุธปืนที่ตำรวจค้นเจอ นายตี๋อ้างว่าเป็นของแฟน ซึ่งก็ต้องตรวจสอบว่าจริง หรือไม่ คดีนี้ตำรวจยังจับกุมคนร้ายได้ไม่ครบ ยังเหลืออีก 1 คน คือ "นายเก่ง" ที่ตอนนี้ขาดการติดต่อไป อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี ส่วนการตรวจสอบประวัติ พบว่า "นายตี๋" มีคดีติดตัวมาตั้งแต่ปี 2562 เริ่มตั้งแต่คดีครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่าย และคดีลักทรัพย์ รวม 5 คดี ส่วน นายสุรศักดิ์ ผู้ต้องหาอีกคน มีประวัติคดีลักทรัพย์ 3 คดี