ข่าวเย็นประเด็นร้อน - คดี ตำรวจ ตชด.ยิงวินจักรยานยนต์รับจ้าง ย่านห้วยขวาง เสียชีวิต 2 คน สังคมมองต่างมุม ฝั่งหนึ่งมองว่า เพราะผู้ก่อเหตุยิงเพื่อป้องกันตัว แต่อีกฝั่งก็มองว่า การยั่วยุท้าทาย และรัวยิง 17 นัด ทำเกินกว่าเหตุ แล้วจริง ๆ เส้นแบ่งของเรื่องนี้อยู่ตรงไหน
ดูจากวงจรปิดจะเห็นชัด ว่าทำไมคดีนี้ถึงต้องมองกันคนละมุม อย่างภาพที่ "สิบตำรวจตรี นำทัพ" ตำรวจตระเวนชายแดน 21 จังหวัดสุรินทร์ ผู้ต้องหาในคดีนี้ รัวยิงฝั่งคู่กรณี เสียงปืนดังสนั่นหลาย 10 นัด
ผลตามมา คือ นายชรินทร์ หรือ "บอล" ถูกยิงเข้าที่คอ, หน้าอก, มือขวา, ขาขวา, ใต้ราวนม และเอว อย่างละ 1 นัด ส่วนนายภูริต หรือ "บอย" ถูกยิงเข้ากลางหลัง 6-7 นัด และที่ขาขวาอีก 1 นัด นี่จึงถูกตั้งคำถามว่าทำเกินกว่าเหตุหรือไม่
ส่วนฝั่งคนที่เห็นต่าง เพราะได้ดูภาพมุมนี้ จะเห็นว่า "สิบตำรวจตรี นำทัพ" ถูกคู่กรณีใช้เท้าถีบจนล้ม จากนั้นก็จะตามเข้าไปเตะซ้ำ แต่หลบทัน จึงวิ่งไปตั้งหลักก่อนกลับมาชักปืนรัวยิง
เท่านั้นไม่พอ โซเชียลฯ ขุดคลิปเก่า ๆ ของฝ่ายผู้เสียชีวิต ทั้งภาพตั้งวงสังสรรค์ดื่มสุราหน้าวิน วิพากวิจารณ์ว่าเป็นวินฯ มีอิทธิพล คิดราคาค่าโดยสารแพง เคยโชว์ขี่รถฯ ประมาทหวาดเสียว มีรอยสัก เอามาสนับสนุนมุมมองที่ว่า วินฯ กลุ่มนี้ไม่ปกติ
เอาเรื่องนี้ไปถามความเห็นกับญาติของทั้ง 2 ฝ่าย ก็มีจุดยืนเข้าข้างฝ่ายตัวเอง ฝ่ายของ "สิบตำรวจตรี นำทัพ" บอกว่า ผู้ก่อเหตุเครียด รู้สึกผิด อยากขอโทษ ที่ทำไป ก็เพื่อเอาตัวรอด
ส่วนญาติผู้เสียชีวิต ก็อยากให้โซเชียลฯ แยกแยะระหว่างข้อเท็จจริงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ถามความเห็นเรื่องนี้กับ นายวิเชียร ชุบไธสง ทนายความอาวุโส อดีตนายกสภาพทนายความ ให้ความเห็นว่า การจะพิสูจน์ว่าการกระทำของผู้ต้องหา เกินกว่าเหตุหรือไม่ ต้องดูข้อเท็จจริง เช่นว่า เหตุการณ์ทะเลาะกันครั้งแรกสุด จบลงแล้ว หรือไม่, หลังมีปากเสียงกัน ผู้ที่ถูกยิงทั้ง 2 คน ได้วิ่งตามไปทำร้ายผู้ก่อเหตุหรือเปล่า เพื่อนำข้อเท็จจริงมากางให้ศาลฯ เห็นว่า คดีนี้เป็นการป้องกันตัวหรือไม่ จากนั้นถึงจะพิจารณาเรื่องการกระทำสมควรแก่เหตุ หรือเกินกว่าเหตุต่อไป