เวลา 13.30 น. วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จแทนพระองค์ไปในพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก) ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ซึ่งคณะนายเจริญ สิริวัฒนภักดี พร้อมครอบครัวสิริวัฒนภักดี และกลุ่มธุรกิจในเครือ ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้บำเพ็ญกุศลพิธีกงเต๊กถวายพระบรมศพฯ
พิธีกงเต๊กหลวง เป็นพิธีอุทิศส่วนกุศลและแสดงความกตัญญูต่อผู้วายชนม์ตามคติพุทธมหายาน และความเชื่อของชาวไทยเชื้อสายจีน เพื่อส่งดวงวิญญาณผู้ล่วงลับไปสู่สุคติและภพภูมิที่ดี คำว่า "กง" แปลว่า การทำ และ "เต๊ก" แปลว่า คุณธรรม เป็นพิธีแสดงความจงรักภักดี ความกตัญญูกตเวทิตา และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น
ในการนี้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย ณ ศาลาทิมคดตะวันออก บรรพชิตจีนนิกาย 93 รูป สวดพระพุทธมนต์เปิดมณฑลพิธี
จากนั้น ประธานบรรพชิตจีนนิกาย อ่านประกาศพุทธฎีกาการประกอบพิธีกงเต๊ก แล้วบรรจุคำประกาศเขียนภาษาจีนพระนามาภิไธยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเขียนภาษาจีนพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระนามาภิไธยสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และพระนามของพระบรมวงศ์ ผู้อุทิศถวายลงในเทวทูตม้า ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญในพิธีกงเต๊กของพุทธมหายานที่ใช้ประกอบการส่งดวงวิญญาณผู้วายชนม์ไปสู่สุคติและแดนสุขาวดี โดยมีความเชื่อว่าเทวทูตม้าทำหน้าที่เป็น "พาหนะสวรรค์" และผู้นำทางให้ดวงวิญญาณเดินทางข้ามภพภูมิ ผ่านอุปสรรคต่าง ๆ ไปสู่โลกแห่งความสุขอันบริสุทธิ์ของพระอมิตาภพุทธเจ้า
โดยเจ้าพนักงานเชิญเทวทูตม้าถวายพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล ทรงอธิษฐาน แล้วประทานเจ้าพนักงาน พระราชพิธี เชิญไปเผา
หลังสวดพระพุทธมนต์จบ บรรพชิตจีนนิกาย 25 รูป นำเสด็จพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึก ยุคล ขึ้นบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงจุดเครื่องทองน้อยที่หน้าพระโกศพระบรมศพฯ จากนั้น ทรงจุดเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร บรรพชิตจีนนิกายสวดพระพุทธมนต์ จบแล้ว พรมน้ำพระพุทธมนต์ที่ธงพุ่ม
จากนั้น เสด็จไปถวายพระกระยาหารที่หน้าพระโกศพระบรมศพฯ บรรพชิตจีนนิกายสวดพระพุทธมนต์เชิญเสด็จดวงพระวิญญาณสถิตในธงพุ่ม
แล้วนำเสด็จพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึก ยุคล ลงจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทางบันไดมุขเหนือพระที่นั่งด้านตะวันตก โดยมีหม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล เชิญเครื่องทองน้อย และหม่อมเจ้านวพรรษ์ ยุคล เชิญธงพุ่มดวงพระวิญญาณ ไปประดิษฐานที่หน้าเครื่องนมัสการ ณ มณฑลพิธี จากนั้น ประธานบรรพชิตจีนนิกาย 93 รูป สวดพระพุทธมนต์
เวลา 15.39 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ หม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ยุคล เสด็จแทนพระองค์ ไปในพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก) ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ของคณะบรรพชิตจีนนิกาย
ในช่วงพิธีสังวัธยายสุขาวดีวยูหสูตร มีบรรพชิตจีนนิกาย 35 รูป สาธยายพระสูตรสำคัญในพุทธศาสนามหายาน ที่กล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระอมิตาภพุทธเจ้า เป็นพระพุทธเจ้าที่เคารพนับถือสูงสุดในนิกายมหายาน และบรรยายถึงลักษณะอันงดงามของแดนสุขาวดี
การสวดพระสูตรนี้ มีความเชื่อว่า เป็นการอัญเชิญพุทธบารมี และพลังแห่งพระธรรมมาช่วยเกื้อกูลดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับ ให้เกิดจิตผ่องใส สู่แดนสุขาวดี อันเป็นดินแดนแห่งความสงบสุข และเอื้อต่อการบำเพ็ญธรรม เพื่อบรรลุความหลุดพ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการอุทิศบุญกุศลถึงผู้วายชนม์ สะท้อนถึงความกตัญญู ความระลึกถึง และความปรารถนาให้ผู้จากไปได้รับความสุขในสัมปรายภพ
จากนั้น บรรพชิตจีนนิกาย 15 รูป นำเสด็จหม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ยุคล และพระประยูรญาติ ไปมณฑลพิธี ท่าราชวรดิฐ ในพิธีลอยกระทง และปล่อยนก ปล่อยปลา
ในการนี้ ทรงจุดธูปเทียนที่โต๊ะหมู่บูชา บรรพชิตจีนนิกายสวดพระพุทธมนต์ เจ้าพนักงานเชิญเทวทูตม้า ถวายหม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ยุคล ทรงอธิษฐาน แล้วประทานเจ้าพนักงานเชิญไปเผา บรรพชิตจีนนิกายสวดพระพุทธมนต์ปล่อยชีวิตนก และปลา จบแล้ว ทรงลอยกระทง ทรงปล่อยนก และปล่อยปลา เสร็จแล้ว บรรพชิตจีนนิกาย นำเสด็จหม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ยุคล และพระประยูรญาติ ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ผ่านประตูเทวาภิรมย์ และ ประตู ศรีสุนทร
ซึ่งการลอยกระทง มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ถึงการปล่อยทุกข์โศก ความอาลัย และการส่งบุญกุศลไปยังผู้ล่วงลับ เปรียบเสมือนการปล่อยสิ่งไม่ดีให้ล่องลอยไปกับสายน้ำ ปลดปล่อยจากพันธนาการ และอุทิศบุญกุศลแก่ผู้วายชนม์ เพื่อส่งดวงวิญญาณสู่สุคติ พร้อมอธิษฐานให้ดวงวิญญาณเดินทางสู่ความสงบสุข
จากนั้น เสด็จไปปะรำเครื่องกระดาษ ทรงจุดธูปเทียนสักการะพระโพธิสัตว์หน้าแท่นบูชา บรรพชิตจีนนิกาย สวดพระพุทธมนต์