เช้านี้ที่หมอชิต - คณะรัฐมนตรี มีมติตั้งอดีตประธานศาลทะเลระหว่างประเทศ 2 คน เป็นคณะกรรมธิการประนอมฝ่ายไทยเจรจา UNCLOS โดย "สีหศักดิ์" เป็นหัวหน้า
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. มีมติเห็นชอบให้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย และ นายทรงชัย ชัยปฏิยุทธ เอกอัครราชทูต ณ กรุงคูเวต เป็นรองหัวหน้า เข้าร่วมคณะกรรมาธิการประนอม ภาคบังคับ ตามอนุสัญญา สหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล หรือ UNCLOS
จากนั้น นายสีหศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมยังแต่งตั้งคณะกรรมธิการประนอมฝ่ายไทยอีก 2 คน ซึ่งเป็นชาวแอฟริกาใต้และชาวเยอรมัน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ ที่กระทรวงต่างประเทศได้คัดเลือกมาเป็นอย่างดี โดยทั้งคู่เป็นอดีตประธานศาลทะเลระหว่างประเทศอยู่แล้ว ถือว่าเป็นที่ยอมรับและมีประสบการณ์
ทั้งนี้ เมื่อฝ่ายไทยและกัมพูชา มีผู้ประนอมครบฝ่ายละ 2 คนแล้ว จากนั้นต้องหาคนที่ 5 มาเป็นประธาน เพื่อทํางานระหว่างกัน โดยจะต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน จึงจะมีการเริ่มพูดคุย
นายสีหศักดิ์ กล่าวยืนยันว่า ขอบเขตหน้าที่ของคณะประนอมไม่ใช่ศาล ซึ่งการทํางานเป็นการสนับสนุนแนวทางในการแก้ปัญหาต่าง ๆ และฝ่ายไทยก็ต้องไปคุยกับฝ่ายกัมพูชาต่อ แต่สิ่งที่เราคิดว่าขอบเขตของการประนอม ควรจํากัดในเบื้องต้น เรื่องการกําหนดเขตแดนทางทะเลและไหล่ทวีป ส่วนกรณีที่ฝ่ายกัมพูชาต้องการให้มีการพูดคุยเรื่องพื้นที่พัฒนาร่วมนั้นมันไม่ควร
ขณะที่เมื่อวาน คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนประจำประเทศไทย หรือ AOT ได้ลงพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณบ้านบึงตะกวน อำเภอตาพระยา เพื่อรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับการรุกล้ำอธิปไตยและการละเมิดถ้อยแถลงร่วมจากการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา หรือ GBC สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3
ก่อนเดินทางไปตรวจสอบบ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่บ้านบึงตะกวน อำเภอตาพระยา และบ้านหนองเสม็ด อำเภอโคกสูง ที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะกันทั้ง 2 ครั้งเมื่อปีที่ผ่านมา
ส่วนที่เห็นเป็นภาพที่ชาวกัมพูชา นำไปโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว และอ้างว่าเรือรบของไทยได้รุกล้ำน่านน้ำกัมพูชา หลังแล่นเข้ามาใกล้ชายฝั่งบริเวณบ้านจามเยียม จังหวัดเกาะกง นอกจากนี้ยังระบุว่า ไทยถือครองพื้นที่ทางทะเลทับซ้อนขนาด 26,000 ตารางกิโลเมตรเป็นของตนเอง และมองว่าเกาะกูดเป็นดินแดนของไทยแต่เพียงฝ่ายเดียว
แต่จากการตรวจสอบพบว่า เรือลำดังกล่าว เป็นเรือหลวงตากใบ เป็นเรือตรวจการณ์ของกองทัพเรือไทย มีภารกิจหลักในการลาดตระเวนและเฝ้าระวังการรุกล้ำน่านน้ำ โดยปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ชายแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา ตามปกติ ไม่พบข้อมูลว่ามีการรุกล้ำน่านน้ำกัมพูชาตามที่มีการกล่าวอ้าง
ส่วนอีกคลิป เป็นภาพกัมพูชา ชาวบ้านที่ใช้ถนนสาย K5 ซึ่งเป็นเส้นทางเลียบชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่จังหวัดโพธิสัตว์ กำลังได้รับความเดือดร้อนจากสภาพเส้นทางที่ชำรุดเสียหายอย่างหนัก หลังจากกระแสน้ำไหลเชี่ยวได้กัดเซาะถนนดินลูกรังที่ใช้เป็นทางข้ามลำน้ำจนขาดออกจากกัน ส่งผลให้ไม่สามารถสัญจรผ่านได้ตามปกติ ประกอบกับสะพานจัยจุมเนี้ยะที่ได้รับความเสียหายจากการปะทะกัน ก่อนหน้านี้ยังไม่ได้รับการซ่อมแซม