“บิ๊กดุลย์” บินตรวจชายแดน จ.ตราด เกาะติดผลกระทบ ”เขื่อนดักตะกอน” ของกัมพูชา

“บิ๊กดุลย์” บินตรวจชายแดน จ.ตราด เกาะติดผลกระทบ ”เขื่อนดักตะกอน” ของกัมพูชา

View icon 58
วันที่ 4 ก.ค. 2569 | 13.56 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“บิ๊กดุลย์” ลงพื้นที่บ้านชายหาดเล็ก จ.ตราด ติดตามผลกระทบการรื้อ ”เขื่อนดักตะกอน” ของกัมพูชา หลังส่งผลสภาพภูมิประเทศตามธรรมชาติ เกิดการเปลี่ยนแปลง
.
วันนี้ (4 ก.ค.69) พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่จังหวัดตราด เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติงานของกำลังพลในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด พร้อมขับเคลื่อนนโยบาย “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์” ซึ่งมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ความมั่นคงชายแดน และยกระดับคุณภาพชีวิตของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา
.
โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามสภาพปัญหาและความต้องการของหน่วยปฏิบัติในพื้นที่จริง โดยเฉพาะด้านระบบน้ำอุปโภคบริโภค ระบบไฟฟ้า เส้นทางคมนาคมเข้าสู่ฐานปฏิบัติการ และระบบสื่อสาร ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิตของกำลังพล รวมทั้งสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคง การลาดตระเวน การส่งกำลังบำรุง และการดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน
.
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า จังหวัดตราดเป็นพื้นที่ชายแดนที่มีความสำคัญทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจึงไม่เพียงเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติภารกิจของกำลังพล แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืน
.
จากนั้น พลโท อดุลย์ ได้เดินทางลงพื้นที่บริเวณชายแดนบ้านหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด เพื่อติดตามสถานการณ์การค้าชายแดน และวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า พื้นที่ชายแดนบ้านหาดเล็กมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชายแดน ซึ่งภาครัฐจะร่วมกันหารือเพื่อผลักดันการพัฒนาให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น พร้อมย้ำว่า ความสัมพันธ์ของประชาชนไทย และกัมพูชาไม่ใช่คู่ขัดแย้ง แต่เป็นความสัมพันธ์ของเพื่อนบ้านที่ต้องร่วมกันลดความหวาดระแวง สร้างความเข้าใจ และส่งเสริมให้เศรษฐกิจชายแดนสามารถเดินหน้าต่อไปได้
.
ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การเปิดหรือปิดด่านเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างความไว้วางใจระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ และการรักษาความสัมพันธ์อันดีในระดับประชาชนควบคู่ไปกับการดำเนินการด้านความมั่นคงของรัฐ
.
สำหรับกรณีบริษัทเอกชนของกัมพูชาในพื้นที่จังหวัดเกาะกงดำเนินการรื้อถอนเขื่อนดักตะกอนบริเวณใกล้หลักเขตที่ 73 พลโท อดุลย์ กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวส่งผลให้สภาพภูมิประเทศตามธรรมชาติเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยพบว่า ดินตะกอนสะสมอยู่ฝั่งกัมพูชา ขณะที่กระแสน้ำไหลมากัดเซาะพื้นที่ชายฝั่งของไทย ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2541
.
หลังจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันหารือเพื่อกำหนดแนวทางลดผลกระทบและแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยืนยันว่า หากทั้งสองฝ่ายเปิดใจพูดคุยและสร้างความเข้าใจร่วมกัน ปัญหาที่เกิดขึ้นก็สามารถคลี่คลายได้ด้วยความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน
.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง