ชาวบ้านริมชายแดนตื่นตัว สำรวจบังเกอร์หลบภัยรับมือเหตุฉุกเฉิน

View icon 14
วันที่ 17 มิ.ย. 2569 | 16.34 น.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน
แชร์
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - หลังจากมีกระแสข่าวในโซเชียลมีเดียว่ากัมพูชา ได้รับรถถังจากประเทศจีน กว่า 100 คัน ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ริมชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ต้องเร่งตรวจสอบความพร้อมของที่หลบภัย เตรียมรับมือหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

เป็นภาพที่ผู้สูงอายุที่บ้านภูมิซรอล ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ต้องแตกตื่น ออกมาสำรวจพื้นที่ปลอดภัย กับบังเกอร์หลุมหลบภัย เพราะเป็นหมู่บ้านชายแดนสุดท้ายก่อนขึ้นเขาพระวิหาร ผามออีแดง ช่องตามาเรีย และภูมะเขือ เป็นพื้นที่ที่ทั้งไทยและกัมพูชา วางกำลังทหารชิด อยู่แนวชายแดน ที่ชาวบ้านในพื้นที่ต้องออกมาสำรวจความพร้อมของหลุมหลบภัยในพื้นที่ละแวกบ้าน

อย่าง ยายบุปผา สีดา อายุ 73 ปี เองยอมรับว่าไม่ได้ตื่นตระหนก แต่ก็ไม่ประมาท หลังจากได้รับข่าวสารว่า กัมพูชาได้รถถังกว่า 100 คัน มาจากประเทศจีน และมีการเคลื่อนรถถังเข้ามาประชิดชายแดนไทย ทำให้รู้สึกกลัวนอนไม่หลับ แต่ก็เชื่อว่า ฝ่ายความมั่นคงของไทย ดูแลความเรียบร้อยให้กับชาวบ้านในพื้นที่ได้

ส่วนที่บ้านของ ร้อยตรี วสันต์ ขานหัวโทน หรือ ร้อยตรีเอสโซ่ ณ บ้านเทื่อม ตำบลเขื่อน้ำ อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี วีรบุรุษสมรภูมิซำแต ที่เสียชีวิตจากเขตการยิงปะทะกันระหว่างไทย-กัมพูชา กองทัพภาคที่ 2 โดยมณฑลทหารบกที่ 24 และจังหวัดอุดรธานี ทำพิธีมอบบ้านตามโครงการ บ้านทหารกล้า (สมรภูมิซำแต) สร้างขวัญกำลังใจให้กับครอบครัวผู้เสียสละ

นอกจากจะมีเปิดอนุสาวรีย์ร้อยตรีวสันต์ ที่จัดสร้างจากทองเหลืองหล่อ ผสมโลหะ ความสูงประมาณ 170 เซนติเมตร วัดจากฐานอนุสาวรีย์ โดยจำลองอิริยาบถ ขณะปฏิบัติหน้าที่ของทหารกล้า เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความกล้าหาญ และความเสียสละ ในการปกป้องแผ่นดินไทย

โดย ร้อยตรี วสันต์ เข้าร่วมรบภายใต้สังกัด ร้อยเสนารักษ์ที่ 13 กรมทหารราบที่ 3 ก่อนจะถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจรักษาความมั่นคงบริเวณชายแดนไทยกัมพูชา ณ ฐานปฏิบัติการซำแต อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ กระทั่งถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณท้ายทอยได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง