หนุ่มกุเรื่องแจ้งความ หวังให้ตำรวจเล่นงานคู่อริต่างหมู่บ้าน สุดท้ายโดนเอง ผิดฐานแจ้งความเท็จ

หนุ่มกุเรื่องแจ้งความ หวังให้ตำรวจเล่นงานคู่อริต่างหมู่บ้าน สุดท้ายโดนเอง ผิดฐานแจ้งความเท็จ

View icon 76
วันที่ 18 มิ.ย. 2569 | 07.24 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
หนุ่มวัย 33 ปี กุเรื่องแจ้งความเท็จ หวังให้ตำรวจเล่นงานคู่อริต่างหมู่บ้าน หลังตำรวจสืบสวนพบพิรุธเพียบ ก่อนยอมสารภาพ กุเรื่องขึ้นมาเอง หวังใส่ร้ายคู่อริให้โดนจับ สุดท้าย จากจะเล่นงานคู่อริ ตัวเองโดนแจ้งข้อหา แจ้งความเท็จ

วันที่ 17 มิ.ย. 69 โลกออนไลน์ ในจังหวัดบุรีรัมย์ ได้มีการแชร์โพสต์ของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ที่ระบุข้อความว่า “ รับแจ้งเหตุดักปล้นบริเวณหน้าวัดโนนทราย ได้เงินไป 2,100 บาท มีเหตุตำบลบ้านยางดักปล้นคน เขาระบุมาว่าขับ Dream สีชมพู มีเบาะแสโปรดแจ้งด้วยครับ ผู้ชาย 2 คน คนหนึ่งรูปร่างตัวเล็ก เขาให้เบาะแสมาเท่านี้ ใครพบแจ้งผมที “

สอบถามนายพรเทพ  สมบูรณ์รัมย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านยาง (อบต.บ้านยาง) อ.เมืองบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นผู้ที่โพสต์ข้อความดังกล่าวว่า ถนนเส้นดังกล่าวเป็นถนนสายบ้านยาง - โคกเหล็ก ต.บ้านยาง ได้รับแจ้งจากนายติ๊ก อายุ 33 ปี ว่าถูกคนร้ายเป็นชาย จำนวน 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันมาตามประกบ สบโอกาสกระชากกระเป๋าได้ทรัพย์สินเป็นเงินสดจำนวน 2,100 บาท แล้วหลบหนีไป ตนเองจึงนำไปโพสต์ เพื่อแจ้งเตือนชาวบ้านให้ระมัดระวัง

ขณะที่นายติ๊ก ช่างเมรุลอย เล่าว่า ประมาณ 20.00 น.ของวันที่ 16 มิ.ย.69 ตนเองจะต้องขี่รถจักรยานยนต์ไปรับแฟนกลับบ้านหลังเลิกงานในตัว อ.เมืองบุรีรัมย์ โดยใช้ถนนเส้นทางดังกล่าวเป็นประจำ ขณะมาถึงบริเวณหน้าวัดโนนทราย มีวัยรุ่นจำนวน 2 คน ใส่หมวกปิดบังใบอำพรางหน้า ซ้อนท้ายกันมาขับขี่รถจักรยานยนต์มาประกบตน แล้วคนซ้อนท้ายได้ชกที่บริเวณใบหน้าตนเอง 1 ครั้ง หลังจากนั้นคนร้ายเป็นวัยรุ่นอายุประมาณ 20 ปี ได้กระชากกระเป๋าสะพาย ซึ่งมีเงินสดจำนวน 2,100 บาท ก่อนขับรถหลบหนีไป ตนเองพยายามประคองรถไม่ให้รถเสียหลักล้ม แล้วรีบขับไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านในหมู่บ้าน ตอนนี้อยากฝากถึงคนที่ก่อเหตุให้รีบมาติตต่อขอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะหลังจากนี้ ตนจะไปแจ้งความที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ เพื่อจะดำเนินคดีคนก่อเหตุให้ถึงที่สุด

ต่อมา พ.ต.อ.จำรัส ศิริเลี้ยง ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์  ร่วมกับพนักงานสอบสวน ,เจ้าหน้าชุดสืบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กับนายติ๊ก และให้จำลองสถานการณ์จริง พบว่านายติ๊ก ไม่สามารถตอบคำถามของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ และพบว่ามีข้อพิรุธหลายอย่าง จากนั้นนายติ๊ก รับว่า ไม่ได้มีเหตุการณ์ตามที่แจ้งกับเพจเฟซบุ๊กและเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เป็นการสร้างเรื่องขึ้นมา เพื่อจะใส่ความคู่อริ ซึ่งมีลักษณะตามที่แจ้งไว้ซึ่งอยู่หมู่บ้านใกล้เคียง เพื่อให้ได้รับโทษตามกฎหมาย ยอมรับว่าตนรู้เท่าไม่ถึงการณ์ไม่มีเจตนา และฝากขอโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้ที่เกี่ยวข้องด้วยที่ทำให้เดือดร้อน

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหานายติ๊ก ในข้อหา “ แจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวน มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ “ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป