เช้านี้ที่หมอชิต - กลั้นน้ำตาไม่ได้ เมื่อนางสมศรี อายุ 79 ปี ถูกพายุฝนพัดกระหน่ำหลังคาบ้านพังเสียหาย จนเธอต้องแบกสามีขึ้นหลัง หนีเอาชีวิตรอด วอนผู้ใหญ่ใจดี ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ
ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนางสมศรี ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลสวนพริก อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่าบ้านถูกพายุพัด พังเสียหายทั้งหลัง
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม่มีเลขที่ สภาพบ้านทรุดโทรม ประกอบกับหลังคาพังลงมาทับตัวบ้านได้รับความเสียหายทั้งหลัง และบ้านหลังนี้สร้างในพื้นที่เช่าของวัดกลางรามัญ พบนางสมศรี อายุ 79 และนายสุธี อายุ 76 ปี นั่งอยู่บริเวณหน้าบ้าน
โดยนางสมศรี อายุ 79 ปี บอกว่า ก่อนหน้านี้เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ขณะที่เธอและสามีกำลังนอนพักผ่อนกันอยู่ในบ้าน จู่ ๆ ฝนตกหนัก และพายุพัดแรงมาก จนหลังบ้านสั่น เพียงครู่เดียวหลังคาหล่นลงมาอย่างรวดเร็ว เคราะห์ดีที่มีตู้เหล็กบริเวณที่นอนค้ำไว้
จนตอนนี้ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะไปหาเงินจากที่ไหนมาซ่อมบ้าน เพราะรายได้จากงานรับจ้างทั่วไป ก็คงไม่เพียงพอ เพราะเธอทำงานคนเดียว สามีไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร เนื่องจากเดินไม่สะดวก ต้องคอยพยุงอยู่ตลอดเวลา
หลังจากนั้น นายสันติ ขันธนิกร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสวนพริก และทีมงานนายทรงพล สุขสมบูรณ์ สส.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 นำเต็นท์มากาง และข้าวสารอาหารแห้ง มามอบให้กับผู้ประสบภัยทั้งคู่
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสวนพริก บอกว่า ทาง อบต.ไม่สามารถดำเนินการช่วยเหลือได้ เนื่องจากบ้านที่ได้รับความเสียหาย เป็นบ้านไม่มีเลขที่ จึงปรึกษาหารือกับทีมงาน สส.เบียร์ จนได้ข้อสรุปว่าจะหางบประมาณมาก่อสร้างบ้านใหม่ให้กับผู้ประสบภัยทั้งคู่ ประกอบกับยื่นเรื่องขอบ้านเลขที่ จะได้มีสิทธิ์เหมือนบ้านอื่น ๆ ด้วย
ขณะเดียวกัน นายชัชชัย กิตติไชย หรือ ชัช ตลาดไท ผู้บริหารสมาคมอยุธยารวมใจ ได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้น จึงเดินทางมาช่วยเหลือทั้งคู่ โดยขอให้ทาง อบต.ออกแบบบ้านให้ทั้งคู่ โดยมีงบประมาณ 50,000 บาท หรือ ใครอยากจะช่วยเหลือทั้งคู่ สามารถติดต่อผ่าน อบต.สวนพริก
ขยับไปที่บ้านโคกใหญ่ หมู่ 12 ตำบลกระเทียม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ กันบ้าง เมื่อพายุฝนพัดบ้านหลังหนึ่งพังเสียหาย จนคนในบ้าน ประกอบด้วย นายลวด อายุ 83 ปี ซึ่งป่วยติดเตียง ลูกสาว ลูกเขย และ หลาน ต้องออกมานอนหน้าบ้านนานกว่าสัปดาห์
ลูกสาว เล่าว่า ช่วงเย็นของวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา เกิดพายุลมแรง พัดถล่มหลายพื้นที่ ซึ่งบ้านที่ตนเองอาศัยอยู่ก็ไม่รอด ถูกพายุพัดรุนแรง จนหลังคาเปิด และฝนก็สาดเข้ามาในบ้านอย่างหนัก จนข้าวของในบ้านเปียกทั้งหมด ตนเองจึงนำผ้าใบไปคลุมไว้ และย้ายออกมานอนหน้าบ้านกัน แถมคอกวัวก็ถูกพายุพัด พังเสียหายเช่นกัน
ทั้งนี้จึงอยากฝากไปถึงผู้ใจบุญ หรือหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานในพื้นที่ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยมาดูแล หรือบริจาคข้าวของเครื่องใช้แก่ผู้ที่เดือดร้อนด้วย