กัดไม่ปล่อย "รอง ปธ.กมธ.อุตฯ" ชี้ พิรุธตรวจสอบเหล็ก 40,000 เส้น จี้ สมอ.ตามเช็กมีคุณภาพจริงหรือไม่ หลังถูกขายหมดแล้ว ขู่ โรงงานเปิดใหม่โดยมิชอบ เจอดำเนินคดีแน่
วันนี้ (18 มิ.ย.69) นายกฤช ศิลปชัย สส.จังหวัดระยอง พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมอนุญาตให้บริษัทซิน เคอ หยวน กลับมาเปิดอีกครั้งว่า จากที่นายศุภโชค ศรีสุขจร สส.นครปฐม จากพรรคภูมิใจไทย ประธาน กมธ. อุตสาหกรรม ได้แถลงเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นการแถลงแบบกลาง ๆ ขณะที่การชี้แจงของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ตามข้อกฎหมายก็สามารถเปิดได้จริง ๆ แต่ตนคิดว่า การอนุญาตให้เปิดทำให้เกิดข้อสงสัย และมีความไม่ชัดเจนหลายประการ
โดยกรมโรงงานชี้แจงว่า กรณีมีคำสั่งให้ปรับปรุงการควบคุมคุณภาพเหล็กจากกระบวนการผลิต ทางบริษัทซิน เคอ หยวน ได้ส่งกระบวนการผลิตที่เป็นไปตาม EIA มาให้กรมโรงงาน กรมโรงงานก็พิจารณาว่าถูกต้อง และเมื่อสอบถามไปยังสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) แล้ว ทาง สมอ.ยืนยันว่าเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด จึงถือว่าการแก้ไขปรับปรุงกระบวนการผลิตนั้นผ่าน แต่ตนมีข้อสงสัยว่า กระบวนการผลิตที่ทางโรงงานชี้แจง เป็นกระบวนการเดิมที่ผลิตเหล็กออกมาแล้วมีปัญหา จึงอยากสอบถามว่า คำสั่งที่ทางกรมโรงงานให้โรงงานปรับปรุงกระบวนการผลิต ไม่ว่าจะเป็นเตาปรุงน้ำเหล็ก ซึ่งไม่ได้มีการปรับปรุง เพราะทุกวันนี้ไม่มีเตาปรุงน้ำเหล็ก โดยโรงงานให้เหตุผลว่าใช้วิธีการเติมสารบางอย่างเข้าไปในเตาหลอมเหล็ก อย่างไรก็ตาม เราไม่เห็นความคืบหน้าที่จะปรับปรุงโรงงานดังกล่าวในอนาคต
นายกฤช กล่าวอีกว่า จากกรณีที่เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานซิน เคอ หยวน ทาง สมอ. ได้ไปตรวจสอบเหล็กพบว่า ไม่ผ่านคุณภาพ ต่อมามีการแบ่งเหล็กเป็นล็อตๆ ซึ่งตนได้ข้อมูลจากคณะที่ทำการตรวจสอบ คือหัวหน้าคณะสุดซอยชี้แจงว่า ตอนนั้นไม่ได้มีการอายัดเหล็กไว้ สงสัยว่าใครไปเอาล็อตเหล็กออกมา ซึ่งในช่วงที่มีการยึดเหล็กไป 40,000 กว่าเส้น มีการแบ่งล็อตส่งตรวจในช่วงเดือน ก.ย.ปี 2568 และมีการถอนอายัดเหล็กช่วง ก.ย.ปี 2568 เช่นกัน ช่วงนั้นเป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล มาเป็นรัฐบาลอนุทิน 1 และเลขา สมอ.ก็เกษียณในปีนั้นด้วย จึงสงสัยว่าสิ่งที่ทำเป็นการทิ้งทวนอะไรบางอย่างหรือไม่ เพราะไม่มีการชี้แจงอะไรออกมาเลย และเหล็ก 40,000 เส้นนั้นได้มีการจำหน่ายออกไปแล้ว ซึ่ง สมอ.จะต้องไปตามต่อว่า เหล็ก 40,000 เส้นนั้นไปไหน และมีคุณภาพจริงหรือไม่
นอกจากนี้ สมอ.ไม่ได้ชี้แจงเรื่องคุณภาพเหล็กจากตึก สตง.ที่ถล่ม ที่ไม่ผ่านคุณภาพ จึงสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น และตัวอย่างเหล็กที่ทางกรมโรงงานไปตรวจทาง สมอ.ก็ยอมรับว่า เป็นเหล็กที่จัดเตรียมไว้ให้ตรวจ ซึ่งเป็นธรรมดาที่โรงงานจะต้องนำเหล็กที่มีคุณภาพส่งให้ตรวจอยู่แล้ว และที่สำคัญไม่มีการส่งตรวจที่สำนักงานเหล็กกล้า แต่ส่งไปตรวจที่สถาบันไทย-เยอรมัน และสถาบันยานยนต์ ซึ่งเป็นสถาบันที่ทางบริษัทขอมา รวมถึงเรื่องฝุ่นแดงที่มีการโยกย้ายอุตสาหกรรมจังหวัดก็เกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลด้วย ดังนั้น หากการกลับมาเปิดโรงงานใหม่ครั้งนี้ หากเจอใครที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ถ้าหลักฐานถึง ไม่ว่าจะยังอยู่ในราชการหรือเกษียณไปแล้ว ตนจะดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมแน่นอน ถ้าพบว่ามีความไม่ชอบมาพากล