สหรัฐฯ ยุติการปิดล้อมอิหร่านแล้ว หลังลงนามข้อตกลงยุติสงครามกับอิหร่าน ส่วนเรือบรรทุกน้ำมันก็เริ่มกลับมาเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้วเช่นกัน
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยืนยันว่ากองทัพสหรัฐฯ ยุติการปิดล้อมอิหร่านแล้ว ซึ่งเป็นไปตามแนวทางของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างไรก็ตาม กองทัพสหรัฐฯ จะคงเรือบางส่วนไว้ใน "บริเวณนั้น" แต่สหรัฐฯ ไม่ได้ระบุเจาะจงว่าพื้นที่ที่กล่าวถึงเป็นพื้นที่จุดใด
ขณะเดียวกัน เรือบรรทุกน้ำมันและเรือพาณิชย์ต่าง ๆ เริ่มกลับมาเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว หลังจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ และประธานาธิบดีอิหร่าน ลงนามในบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU เพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลางทุกแนวรบ รวมทั้งในเลบานอน โดยหลังจากมีการลงนาม MOU ไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก็มีรายงานเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ติดธงชาติซาอุดีอาระเบีย 3 ลำ บรรทุกน้ำมันดิบ 6 ล้านบาร์เรล แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว ขณะที่ เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยวานนี้ (18 มิ.ย.) ว่าในคืนนับตั้งแต่มีการลงนาม MOU จนถึงช่วงเช้าวานนี้ มีน้ำมันดิบถึง 12.5 ล้านบาร์เรล ถูกขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว
ส่วนราคาน้ำมันลดลงอยู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา ขณะที่ นักวิเคราะห์ระบุว่าการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซอาจกลับสู่ภาวะปกติในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
ด้าน อยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี (Ayatollah Mojtaba Khamenei) ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ออกแถลงการณ์ว่าเป็นผู้รับรองให้ประธานาธิบดีอิหร่านลงนามข้อตกลงกับสหรัฐฯ พร้อมอ้างว่าทรัมป์ลงนามในข้อตกลงดังกล่าวเพราะไม่มีทางเลือก และส่งสัญญาณว่าการเจรจาที่จะเกิดขึ้นเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทรัมป์กล่าวอ้างในการเริ่มสงคราม จะไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งหากสหรัฐฯ ยื่นเงื่อนไขมากเกินไป อิหร่านก็จะไม่ยอมตกลง
ส่วนกำหนดการพบกันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ในวันนี้ (19 มิ.ย.) ที่นครเจนีวา ของสวิตเซอร์แลนด์ กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่าไม่มีความจำเป็นแล้ว เนื่องจากผู้นำทั้งสองชาติลงนามในข้อตกลงแล้วตั้งแต่วันพุธ ส่วนรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ยกเลิกแผนการเดินทางไปสวิตเซอร์แลนด์แล้วเช่นกัน
ขณะเดียวกัน รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ออกมาเตือนอิสราเอล ซึ่งยังมีท่าทีว่าจะไม่ยอมถอนกำลังออกจากเลบานอนและยังคงเดินหน้าการโจมตีทางอากาศ โดย เจดี แวนซ์ เตือนให้อิสราเอลเคารพในกระบวนกสันติภาพ และขู่ว่าทรัมป์เป็นพันธมิตรเพียงคนเดียวของอิสราเอล ซึ่งในระยะหลัง ๆ ทรัมป์ก็เริ่มออกมาวิพากษ์วิจารณ์การกระทำและความดื้อรั้นของอิสราเอลแล้ว