ข่าวเย็นประเด็นร้อน - นักวิชาการด้านผ้าไทย จาก มศว. เผยว่า การขอขึ้นทะเบียน "ชุดไทยพระราชนิยม" ของไทย มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น มีเรื่องเล่าความเป็นมาจากผ้าทอธรรมดา สู่การออกแบบตัดเย็บที่ร่วมสมัย ควรค่าแก่การขึ้นทะเบียน ไม่ต้องหวั่นกรรมการมรดกโลกจากกัมพูชา
"กัมพูชา" ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการระหว่างรัฐบาล เพื่อการคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ขององค์การยูเนสโก (UNESCO) วาระปี 2026-2030 หรือ พ.ศ.2569-2573
ความสำคัญของตำแหน่งนี้ คือ ประเทศที่ได้เป็นสมาชิกคณะกรรมการมรดกโลก สามารถเปิดรับฟังข้อมูล และซักถามประเทศที่ขอขึ้นบัญชีมรดกโลกได้อย่างเต็มที่ พูดง่าย ๆ คือ กัมพูชาเป็นสมาชิกคณะกรรมการมรดกโลก ก็สามารถที่จะรับฟัง หรือโต้แย้ง เอกสารของไทยได้
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม การประกาศขึ้นหรือไม่ขึ้นทะเบียน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวแทนจากกัมพูชาประเทศเดียว ยังมีประเทศอื่น ๆ ที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกคณะกรรมการมรดกโลกเช่นกัน ที่มีสิทธิออกเสียง เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย กับการขอขึ้นทะเบียนของไทย
ซึ่งตำแหน่งสมาชิกของคณะกรรมการมรดกโลก ไทยก็เคยได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่ง วาระปี ค.ศ.2019-2023 โดยมี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปฏิบัติหน้าที่
ทีมข่าว 7HD สอบถามไปยัง รองศาสตราจารย์ กิตติกรณ์ นพอุดมพันธุ์ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มศว. กล่าวว่า ชุดไทยพระราชนิยมของเรา ที่เตรียมนำไปขึ้นทะเบียนมรดกโลก ผ้าทุกผืนมีเรื่องราวความเป็นมาตามแต่ละท้องถิ่น
โดย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระราชดำริให้ออกแบบชุดผ้าไทย จากแบบดั้งเดิม ให้นุ่งง่ายขึ้น โดยตัดเย็บขึ้นรูปใหม่ตามเอกลักษณ์ไทย
ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ต่างก็ออกมาให้ความเชื่อมั่นไปในทางเดียวกัน ว่าผ้าไทยมีดี มีคุณค่า ไม่มีอะไรน่ากังวล อีกอย่าง กัมพูชา เป็นเพียง 1 เสียงในสมาชิกคณะกรรมการมรดกโลก ยังมีตัวแทนจากชาติอื่นที่พร้อมจะฟังเรา