วันนี้ (17 ก.ค. 69) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จัดการฝึกการบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ ประจำปี 2569 หรือ C-MEX 26 กรณีอุทกภัยในพื้นที่ จ.สงขลา ณ อาคารยิมเนเซียม ศูนย์กีฬาและสุขภาพ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
โดยมี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการฝึก เพื่อทดสอบการบัญชาการเหตุการณ์ การประสานงานระหว่างหน่วยงาน การอพยพประชาชน การจัดตั้งศูนย์พักพิง การบริหารทรัพยากร และการช่วยเหลือผู้ประสบภัย เสริมความพร้อมของทุกภาคส่วนก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ และหลังเกิดภัย
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า บทเรียนจากอุทกภัยครั้งใหญ่ในจังหวัดสงขลาเมื่อปี 2568 ทำให้รัฐบาลเร่งพัฒนาศักยภาพการรับมือภัยพิบัติ โดยนำบทเรียนจาก “หาดใหญ่โมเดล” มาต่อยอด ทั้งการจัดหาเรือกู้ภัย รถกู้ชีพ เครื่องมือกู้ภัยที่ใช้ร่วมกับเฮลิคอปเตอร์ และการจัดหาเฮลิคอปเตอร์เพิ่มเติม รวมถึงบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกเหล่าทัพและทุกหน่วยงาน
เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมผลักดันงบประมาณโครงการป้องกันอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่ ทั้งการซ่อมแซมระบบป้องกันน้ำท่วม การก่อสร้างแนวกั้นน้ำ และการปรับปรุงระบบระบายน้ำ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า จากการตรวจเยี่ยมจุดฝึกต่าง ๆ มีความมั่นใจว่าทุกหน่วยงานมีความพร้อมมากกว่าปีที่ผ่านมา เพราะทุกฝ่ายได้นำบทเรียนจากเหตุการณ์จริงมาปรับปรุงแผนการทำงาน มีทั้งประสบการณ์ บุคลากร เทคโนโลยี และศักยภาพของแต่ละหน่วยงาน สิ่งสำคัญคือการบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อให้สามารถรับมือสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายเจเศรษฐ์ เปิดเผยด้วยว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการป้องกันภัยมากกว่าการเยียวยา และกำชับให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ โดยตั้งเป้าหมายว่า หากเกิดอุทกภัยขึ้นอีก จะต้องไม่มีผู้เสียชีวิตจากข้อผิดพลาดในการบริหารจัดการ
พร้อมย้ำให้ทุกจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำแผนเผชิญเหตุและฝึกซ้อมให้สอดคล้องกับความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก หรือคลื่นลมแรง
นอกจากนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังเห็นว่าประเด็นที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติม คือการสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารให้รวดเร็ว ถูกต้อง และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน พร้อมขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนในการร่วมตรวจสอบและลดการเผยแพร่ข่าวปลอมในช่วงเกิดภัยพิบัติ เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก
โดยยืนยันว่ารัฐบาลและทุกหน่วยงานจะเดินหน้าเพิ่มขีดความสามารถ พัฒนาการทำงานร่วมกัน และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่า จะสามารถผ่านพ้นทุกวิกฤตภัยธรรมชาติไปด้วยกันได้อย่างปลอดภัย