กองทัพภาคที่ 3 ปรับปรุงและซ่อมแซมแนวพนังกั้นน้ำชั่วคราวกึ่งถาวรตลอดแนวลำน้ำสาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ใกล้เสร็จสมบูรณ์ เพื่อป้องกันปัญหาน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจและบ้านเรือนประชาชนในห้วงฤดูฝน
วันนี้ (20 มิ.ย.69) กองทัพภาคที่ 3 เปิดเผยการปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยและดินโคลนถล่มในพื้นที่อำเภอแม่สาย อันเนื่องมาจากอิทธิพลของพายุยางิ เมื่อเดือนกันยายน 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนของประชาชนเป็นจำนวนมาก แม้ต่อมาในปี 2568 กรมการทหารช่างจะดำเนินการจัดสร้างแนวพนังกั้นน้ำกึ่งถาวรเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนไปแล้วบางส่วน แต่ในพื้นที่แนวป้องกันชั่วคราวเดิมที่ใช้ถุงกระสอบพลาสติกขนาดใหญ่ (Big Bag) เริ่มเสื่อมสภาพลง ประกอบกับฝั่งประเทศเพื่อนบ้านมีการก่อสร้างกำแพงคอนกรีตถาวรตลอดแนวตลิ่ง ซึ่งอาจส่งผลให้แรงดันน้ำเพิ่มสูงขึ้นและเสี่ยงต่อการกัดเซาะแนวป้องกันเดิมจนพังทลายหากเกิดน้ำหลาก จังหวัดเชียงรายจึงได้ขอรับการสนับสนุนจากกองทัพบกในการเสริมความแข็งแรงของพนังกั้นน้ำอย่างเร่งด่วน
สำหรับการปฏิบัติงาน กองทัพภาคที่ 3 ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยจัดกำลังพลจากกองพลพัฒนาที่ 3 โดยมีกองพันทหารช่างที่ 4 กองพลทหารราบที่ 4 เป็นหน่วยหลัก กำลังพลรวม 60 นาย พร้อมยุทโธปกรณ์ 20 รายการ อาทิ รถบรรทุก, รถโกยตัก และรถตักบรรทุก ร่วมปฏิบัติงานกับกำลังพลจิตอาสาจากมณฑลทหารบกที่ 37, กองพลทหารราบที่ 7 โดยกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 ในพระองค์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และเทศบาลตำบลแม่สาย โดยมีพื้นที่ปฏิบัติงานครอบคลุมตั้งแต่ชุมชนหัวฝายถึงชุมชนไม้ลุงขน รวมจุดที่ต้องเข้าดำเนินการทั้งสิ้น 13 จุด แบ่งออกเป็น 3 โซน รวมความยาว 1,189 เมตร
ล่าสุดภาพรวมการดำเนินงานมีความก้าวหน้าคิดเป็นร้อยละ 80.74 จำแนกตามพื้นที่ปฏิบัติงาน โซน A (หน้าด่านพรมแดนไทย - เมียนมา ซอยสันลมจอย ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย) มีความคืบหน้าร้อยละ 85.02 โซน B (พื้นที่สามแยก ซอยตลาดพลอย 2) มีความคืบหน้าร้อยละ 80.25 และโซน C (พื้นที่ท่าทรายหลังบ่อบำบัด) มีความคืบหน้าร้อยละ 90.36 ทั้งนี้ ผลการปฏิบัติงานเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ และคาดว่าจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ภายในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 รวมระยะเวลาปฏิบัติงานทั้งสิ้น 45 วัน